ดารา วิ่ง

7 ดาราสาวนักวิ่ง แต่ละคนทั้งสวยทั้งหุ่นดีระดับแนวหน้าทั้งนั้น

ดารา วิ่ง

ดารา วิ่ง สมัยนี้ดาราหันมาออกกำลังกายและดูแลตัวเองกันมากขึ้นเพราะ ต้องทั้งสวยและสุขภาพดีหุ่นก็ต้องเฟิร์มด้วย กระแสช่วงนี้เทรนการวิ่งนั้นกำลังมาแรงแซงทางโค้ง และเพราะการวิ่งนั้น ไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรมากมาย สามารถวิ่งได้หลากหลายสถานที่ แถมยังได้ออกกำลังในทุกสัดส่วนอีกด้วย วันนี้เราจึงพามาพบกับ 7 ดาราสาวนักวิ่งสุดฮอต นี่แหละคือเคล็ดความสวยของพวกเธอ

1.ก้อย รัชวิน
สาวก้อย คงปฎิเสธไม่ได้ว่าเธอฮอตมาก ๆ กับการวิ่งเคียงข้างพี่ตูนในโครงการ ก้าวคนละก้าว ถือเป็นสาวร่างเล็กที่ฟิตสุด ๆ ไม่แพ้หนุ่มๆเลย เพราะไม่ว่าพี่ตูนจะวิ่งไปไหนก็ต้องมีสาวก้อยคอยเคียงข้าง เป็นกำลังใจสำคัญอยู่เสมอ เห็นแบบนี้แล้ว พี่ตูนจะเหนื่อยได้ยังไงล่ะ เห็นแบบนี้แล้วคงต้องผ่านการฝึกฝนร่างกายและออกกำลังกายอยู่เสมอแน่นอน ถึงได้ เป๊ะ ปัง ขนาดนี้

2.ปู ไปรยา
เรื่องหุ่นไม่ต้องพูดถึงกัน เพราะสาวปูดูแลตัวเองเป็นอย่างดีอยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญคือความแข็งแรง และจิตใจที่มุ่งมั่น เอาชนะใจตัวเองด้วยการลงวิ่งแข่งกรุงเทพมาราธอน เป็นระยะทางกว่า 42 กิโลเมตร แม้จะมีอุปสรรคระหว่างทาง แต่เธอก็วิ่งเข้าเส้นชัยได้สำเร็จ และเมื่อมีเวลาว่าง ก็จะเห็นสาวปูลงแข่งรายการอื่นอยู่เป็นประจำ หุ่นดีสุขภาพดีอย่างนี้ สาว ๆ คนไหนทำตาม รับรองหุ่นดีไม่หนีไปไหนแน่นอน

3.โย ยศวดี
นอกจากบทบาทของนางแบบสาว โย ยศวดี เดินเฉิดฉายอยู่บนแคทวอล์ค แต่มีอีกหนึ่งบทบาทนั่นคือนักวิ่ง ซึ่งวิ่งมาแล้วหลายสนาม ทั้งในประเทศแล้วต่างประเทศ และรางวัลที่ประกาศความสตรองของเธอ ก็คือรางวัลวิ่งมาราธอนระดับโลก ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งการวิ่งมาราธอนดังกล่าวถือเป็น 1 ใน 6 รายการวิ่งมาธอนที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีคนเข้าไปร่วมแข่งขันถึง 3 หมื่นคน ระยะทาง 42.195 กิโลเมตร โดยโยสามารถวิ่งจบเข้าเส้นชัยใช้เวลาไป 5.32 นาที ซึ่งนับว่าเป็นเวลาที่ดีสำหรับนักวิ่งในประเภทธรรมดาไม่ใช่นักกีฬา

4.แต้ว ณฐพร
เห็นรูปร่างบอบบางขนาดนี้ สาวแต้ว ก็ใส่ใจสุขภาพให้ฟิตแอนด์เฟิร์มด้วยเช่นกัน เพราะไม่ว่าจะมีกิจกรรมการวิ่งที่ไหน ต้องได้เห็นสาวแต้วกันบ้างแน่นอน และถึงแม้ว่าจะมีงานในวงการเยอะแค่ไหนแต่ก็ยังแบ่งเวลามาออกกำลังกายอยู่เสมอ ถือเป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจ ให้คนที่อยากออกกำลังกายได้ดีทีเดียว

5.เบลล่า ราณี
มาถึงสาวหน้าหวาน อย่างสาวเบลล่า ที่หากใครได้ติดตามใน อินสตาแกรม ต้องบอกเลยว่าเธอออกกำลังกายหนักมากไม่ว่าจะโยคะ วิ่ง เวทเทรนนิ่ง สาวเบลล่าจัดหนักจัดเต็ม จนหุ่นฟิตซิคแพคมาเลย จึงทำให้ไม่ว่าจะหยิบชุดไหนมาใส่ก็สวยแซ่บแบบสุด ๆ เห็นแบบนี้แล้วสาว ๆ ที่อยากสวยแซ่บ หุ่นเฟิร์มลองออกกำลังกายสาวเบลล่าได้เลยรับรอง ปังเว่อร์

6.จุ๋ย วรัทยา
สาวจุ๋ย ถือเป็นอีกหนึ่งสาว ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายเป็นชีวิตจิตใจ แถมยังมีหนุ่มพุฒไปออกกำลังกายด้วย แบบว่าตาร้อนผ่าว ๆ เลย ซึ่งที่เห็นกันอยู่บ่อย ๆ คือการไปวิ่งและล่าสุดกับโครงการก้าวคนละก้าว เบตง-แม่สาย สาวจุ๋ยก็ควงคู่หนุ่มพุฒออกไปวิ่งด้วยเช่นกัน ทั้งอิ่มบุญทั้งได้สุขภาพดีแบบนี้ ว่าง ๆ ลองชวนหวานใจของคุณออกมาวิ่งดูสิ ก็สวีทไปอีกแบบนะ

7.แพนเค้ก เขมนิจ
ถ้าใครยังไม่รู้ความลับของหุ่นสวย ๆ ของสาวแพนล่ะก็นั่นคือการวิ่งนั่นเอง เพราะตอนเด็กแพนชอบวิ่งมาก แถมยังเคยเป็นนักกีฬาวิ่งของโรงเรียนอีกด้วย ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ ซึ่งนั่นเป็นความสุขของเธอตั้งแต่สมัยเด็กจนทุกวันนี้ เพราะไม่ว่ามีการวิ่งที่ไหนรับรองว่าเจอสาวแพนแน่นอน

เป็นยังไงกันบ้างกับ 7 ดาราสาวนักวิ่ง ที่สวยแซ่บฟิตแอนด์เฟิร์มขนาดนี้ เพราะการดูแลตัวเอง และสิ่งสำคัญกว่านั้น นั่นก็คือการออกกำลังกาย ถ้าคุณยังไม่มั่นใจลังเลหรือไม่มีเวลา แค่วันละ 30 นาทีออกกำลังกายง่าย ๆ ในวิธีที่คุณชอบเพียงเท่านี้ คุณก็จะสวยจากภายในสู่ภายนอกอย่างแท้จริง ถ้ายังเขิน ๆ อาย ๆ ลองชวนคนในครอบครัวหรือหวานใจออกไปวิ่งกันดูสิ

ดารา วิ่ง สวย หล่อ อึด จากงานอดิเรกสู่นักวิ่งมืออาชีพ

หากพูดถึงการออกกำลังกายที่ทำได้ง่าย ๆ และกลายเป็นกระแสฮิตของคนรักสุขภาพในยุคนี้ ต้องยกให้ การวิ่ง ทั้งเพื่อสุขภาพ และการวิ่งจริงจังจนถึงขั้นล่าเหรียญรางวัล จะเห็นได้จากรายการวิ่งที่ผุดขึ้นมากมายในระยะหลัง ความสนใจในกีฬาวิ่ง ยังไปโดนใจดารานักแสดงหลายคน ที่หันมาหลงรักในกีฬาชนิดนี้อย่างจริงจัง จะมีใครโดดเด่นเป็นที่น่าจับตาบ้าง ไปดูกันเลย

1.นัท ณัฐ ศักดาทร
เป็นอีกคนที่เข้าสู่วงการนักวิ่งอย่างจริงจัง จากระยะ 1 กิโลเมตร จนขยับมาเป็นฟูลมาราธอนครั้งแรกทำเวลาได้ 4.06 นาที ซึ่งถือว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว จากความมุ่งและคิดเสมอว่าต้องเอาชนะตัวเองให้ได้ และต้องทำสถิติให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งการวิ่งนอกจากจะทำให้สุขภาพกายแข็งแรง เขายังบอกว่าเป็นความท้าทายที่ได้ทำอะไรอย่างมีเป้าหมาย เมื่อทำได้จะมีความฮึกเหิม

นัท เพิ่มความท้าทายครั้งใหม่ ครั้งแรกในต่างแดน กับโปรแกรมฮอกไกโดมาราธอน(Hokkaido Marathon2016) โดยเขาเลือกวิ่งต่างแดนในประเทศที่ชอบ เป็นการส่วนตัวอย่างญี่ปุ่น ระยะทาง 42 กิโลเมตร ในเวลา 3.50 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่เขาประทับใจ เสียงสู้ ๆ จากคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักตลอดเส้นทาง

2.ทนงศักดิ์ ศุภทรัพย์
จากที่ต้องสูญเสียภรรยาคนแรกจากโรคมะเร็ง ทำให้ “ทนงศักดิ์ ศุภทรัพย์” หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น เขาตัดสินใจวิ่งระยะไกลครั้งแรกในชีวิต เมื่อปี 2549 ใช้เวลา 31 วัน กับระยะทาง 930 กิโลเมตรเพื่อรณรงค์ให้ทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพ ก่อนที่เขาจะผันตัวสู่สนามนักวิ่งสนามมาราธอน นักวิ่งอาชีพอย่างจริงจัง ฟูลมาราธอน 42 กิโลเมตร

นอกจากการเป็นนักวิ่งแล้ว เขายังแบ่งปันความรู้ในการวิ่งให้กับคนอื่น และรณรงค์ให้คนหันมาออกกำลังกาย ปัจจุบันเขายังเป็นผู้จัดอีเวนท์เกี่ยวกับการวิ่งมาราธอนหลายรายการ ที่สำคัญการวิ่งยังทำให้เขาได้พบรักกับภรรยาคนที่สอง “ติ๊ก ชลธิชา” ซึ่งเป็นนักวิ่งในสนามเช่นกัน

3.ตูน อาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม
ร็อคเกอร์สายวิ่ง แม้จะมีทัวร์คอนเสิร์ตแทบทุกวัน แต่เมื่อใจรักการวิ่ง “ตูน อาทิวราห์” หรือ ตูน บอดี้สแลม จึงมุ่งมั่นเข้าสู่วงการกีฬาชนิดนี้อย่างจริงจังมากถึง 5 ปีแล้ว ปัจจุบันเขาคือนักวิ่งฟูลมาราธอน 42 กิโลเมตรผ่านมาหลายสนามด้วยเวลาเฉลี่ย 4.30 ชม. ทั้งที่บางรายการคืนก่อนหน้าการวิ่ง ยังขึ้นเวทีกระโดดสุดพลัง

นักร้องหนุ่ม จะใช้เวลาซ้อมวิ่งบนลู่ที่ฟิตเนสของตึกแกรมมี่ และซ้อมที่บ้าน เขาให้เหตุผลว่า การวิ่งบนลู่ จะช่วยให้บังคับตัวเองไปตามรอบขาได้อย่างต่อเนื่อง โดยจะซ้อมวิ่ง 5 ถึง 12 กิโลเมตรให้ได้สัปดาห์ละ 3 วัน ไม่ว่าวันไหนจะมีคอนเสิร์ตหรือไม่ เขายังคงซ้อมอย่างต่อเนื่อง

4.นาวิน เยาวพลกุล หรือ นาวิน ต้าร์
หนุ่มนักกีฬาที่ไม่ใช่แค่วิ่งมาราธอน แต่เขายังมุ่งมั่นไปสู่การวิ่งในลักษณะไตรกีฬาอีกด้วย เอาจริงเอาจังถึงขั้นประกาศว่าก่อนอายุ 40 ปี จะไปแข่งขันไอรอนแมน ที่ฮาวายให้ได้ ซึ่งการแข่งขันโปรแกรมนี้ คือการประลองกำลังของยอดมนุษย์เหล็กของแท้ การแข่งขันประกอบด้วย 3 กีฬา คือ ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน และวิ่ง ด้วยระยะทาง 3.8/180/42 กิโลเมตร ตามลำดับ

ก่อนที่จะมาเล่นกีฬา จุดเริ่มต้นคืออาการป่วย จากความเครียด จนเป็นไส้ติ่งอักเสบ และหมอบอกว่ามีโอกาสเป็นมะเร็ง จึงคิดมาตลอดว่าจะต้องออกกำลังกาย แต่ด้วยความที่เป็นคนทำอะไรต้องทำให้สุด การออกกำลังกายจึงต้องไม่ธรรมดา

ถามว่าทำไมจึงต้องเป็นกีฬาวิ่ง เขาบอกว่า เพราะเป็นกีฬาที่สอนให้คิด เหมือนปรัชญาชีวิต คิดที่จะเดินไปข้างหน้า ทำให้ดีที่สุดในทุกก้าว ไม่ละสายตาจากเป้าหมาย อุปสรรคที่ผ่านเข้ามาเป็นแค่ทางผ่าน และต้องไปต่อเรื่อย ๆ แม้ว่าจะลำบาก ถึงจะก้าวขาไม่ออก แต่อย่างน้อยก็เข้าใกล้เส้นชัย

ติดตามบทความดีดีได้ที่ http://hbxingu.com

ดาราหน้าสด

 เคล็ดลับหน้าเด็กของดารา ที่ทำให้เปลือยหน้าสดได้แบบไม่ต้องแต่งหน้า

ดาราหน้าสด

ดาราหน้าสด เคยเห็นแต่ดาราแต่งหน้าจัดเต็ม แต่นานน๊านนนนนสักที จะได้เห็น ดาราหน้าสด ซึ่งต้องบอกเลยว่าแต่ละคนนั้น ดูแลตัวเองได้ดีมาก ทั้งบำรุงและออกกำลังกาย เมื่อหน้าไร้เมคอัพ ก็ยังเห็นถึงความเนียนของผิว ที่ดูเด็กกว่าอายุจริงมากๆ บางคน 30 ปลายๆแล้ว ก็ยังดูดีสมกับตำแหน่งนางเอกจริงๆ

1. หลีกเลี่ยงอาหารแคลอรี่เยอะ

การรับประทานอาหารที่ให้แคลอรี่สูงจะทำให้ร่างกายมีการเผาผลาญสารอาหารมาก ก่อให้เกิดสารอนุมูลอิสระในร่างกายเพิ่มมากขึ้น อาหารที่เรารับประทานไม่ว่าจะเป็น โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต สุดท้ายก็จะถูกย่อยสลายกลายเป็นน้ำตาล ถ้าร่างกายรับแคลอรี่หนักทุกมื้อ ย่อมส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ๆ ต่ำ ๆ ร่างกายต้องหลั่งสารอินซูลินตลอดเวลาเพื่อนำน้ำตาลไปเก็บไว้ในเซลล์ คนที่มีไลฟ์สไตล์แบบนี้ย่อมเสี่ยงกับการเป็นโรคเบาหวานซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งทำให้แก่เร็ว สมัยก่อนการกินอาหารเน้นแป้งและน้ำตาล รองลงมาคือ โปรตีน ผักผลไม้และไขมัน แต่ถ้าต้องการรับประทานอาหารให้ดีไม่ให้แก่เร็ว ต้องเปลี่ยนใหม่ เพราะสิ่งที่ควรกินมากที่สุดคือ น้ำบริสุทธิ์ 1-2 ลิตรต่อวัน เน้นผักผลไม้ อาหารกลุ่มโปรตีนมีประโยชน์ ไขมันไม่อิ่มตัวกลุ่มโอเมก้า 3,6 และ 9 ส่วนสิ่งที่ควรกินให้น้อยที่สุดคือไขมันอิ่มตัวที่มีอยู่ในแป้งและน้ำตาล

2. เลือกกินอาหาร จากหลายแหล่งที่มา

เลือกผักออร์แกนิกหรือจากหลากแหล่งผลิต เพราะเราไม่รู้ว่าแหล่งปลูกมีสารปนเปื้อนหรือไม่ วิธีนี้ช่วยลดการสะสมสารบางอย่างในร่างกาย เพราะมีงานวิจัยบ่งชี้ว่า การลดการกินอาหารที่มีสารพิษไม่ให้ผลดีเท่ากับกินอาหารจากหลากแหล่งผลิต

3. ร้อนไปไม่ดี กรอบไปไม่เวิร์ค

หลีกเลี่ยงการกินอาหารที่ผ่านกระบวนการร้อนจัดหรือทอดจนกรุบกรอบ นอกจากจะสูญเสียคุณค่าสารอาหารแล้ว ยังเพิ่มสารก่อมะเร็งมากขึ้นด้วย สู้เปลี่ยนมากินอาหารออร์แกนิกหรือผ่านกรรมวิธีนึ่งหรือต้มจะดีกว่า

4. ลดคาเฟอีน

ปกติร่างกายหลั่งฮอร์โมนไทรอยด์เพื่อกระตุ้นร่างกายให้เผาผลาญนำเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ได้เพียงพอ สร้างความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าตามธรรมชาติอยู่แล้ว แต่ถ้าดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเข้าไปกระตุ้นร่างกายให้หลั่งสารอะดีนาลีนอยู่เป็นประจำ อะดรีนาลินทำงานคล้ายฮอร์โมนไทรอยด์ ทำให้ร่างกายลดการสร้างฮอร์โมนไทรอยด์ไปโดยปริยาย ส่งผลให้ต่อมไทรอยด์เสื่อมเร็วกว่าปกติ ถ้าเกิดภาวะไทรอยด์ต่ำ ทำให้การเผาผลาญต่ำลง แม้เราจะรับประทานอาหารเท่าเดิม แต่อ้วนง่าย บางคนมีอาการมือเท้าเย็น เวียนศีรษะ ความจำเสื่อม ผิวและผมแห้ง ไขมันในเลือดสูงเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เป็นลูกโซ่ไปเรื่อย ๆ

5. ดื่มนมมากไปกระดูกพรุน

ในวัยผู้ใหญ่ไม่มีเอนไซม์ที่ใช้ในการย่อยนม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนเอเชียมีอุบัติการณ์ Cows Milk Intolerance มากกว่าคนอเมริกาและยุโรป นอกจากนี้ผลการวิจัยล่าสุดในอเมริกาพบว่า คนที่ดื่มนมมาก ๆ มีความเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกพรุนมากกว่า เหตุผลคือ กรดแอมิโนบางอย่างในนมทำให้เลือดเป็นกรด ส่งผลให้เกิดการสูญเสียแคลเซียมและแมกนีเซียมจากกระดูกไปในปัสสาวะ เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุนในวัยผู้ใหญ่ ทางที่ดีเลือกทานแคลเซียมจากแหล่งอื่น ๆ เช่น ปลาเล็กปลาน้อย ธัญพืช หรือเต้าหู้จะดีกว่า

6. ดื่มน้ำจากขวดแก้ว

การดื่มน้ำบริสุทธิ์จากขวดแก้วดีกว่าดื่มน้ำจากขวดพลาสติก เพราะสารพิษในพลาสติกละลายปะปนในน้ำตลอดเวลา ทำให้ร่างกายได้รับสารพิษ ก่อให้เกิดความเสื่อมอย่างไม่ต้องสงสัย

7. ออกกำลังกายแต่พอดี

คุณเคยเห็นคนออกกกำลังกายหนักจนหน้าแก่ หรือบางคนฟิตจัด แต่จู่ ๆ เกิดหัวใจวายกะทันหันกลางสนามกีฬาหรือไม่ นั่นเป็นเพราะร่างกายเผาผลาญอาหารเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระมากขึ้นกว่าเดิม เป็นเหตุของความเสื่อมของร่างกาย ดังนั้นการออกกำลังกายแบบแอโรบิกที่เหมาะสมจึงควรอยู่ที่ 30-45 นาทีต่อวัน จากนั้นยกเวทนิดหน่อย ทำ 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์ ถือเป็นการออกกำลังกายที่ดี ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป ส่งผลดีต่อร่างกายมากกว่าผลเสีย

8. ดื่มเหล้ามาก จากชายกลายเป็นหญิง

การดื่มเหล้าทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระในร่างกาย แถมเหล้าที่ดื่มเข้าไปกลายเป็นน้ำตาลสะสมในรูปไขมัน ถ้าเทียบการได้รับแคลอรี่จากโปรตีน 1 กรัม ให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี่ แต่เหล้าปริมาณเท่ากันให้พลังงานถึง 7 กิโลแคลอรี่ แถมยังทำให้ผู้ชายที่ดื่มจัดรูปร่างเหมือนถังเบียร์ หัวล้าน มีเต้านมเหมือนผู้หญิง นั่นเป็นเพราะเหล้ามีผลต่อตับ ทำให้มีการเปลี่ยนฮอร์โมนจากชายกลายเป็นหญิงมากขึ้น ซึ่งโดยธรรมชาติของฮอร์โมนเพศหญิงใช้ในการเก็บไขมัน คนที่ดื่มหนักจะลงพุงและแก่เร็ว นอกจากนี้ยังทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ในผู้หญิงที่ดื่มหนักมาก มีผลการวิจัยออกมาแล้วว่า เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมเช่นเดียวกัน

ดาราหน้าสด 10 ดาราสาว หน้าสด ก็ยังสวย

ดาราหน้าสด

ผู้หญิงเราเนี่ย ถ้าแต่งหน้าทุกวันผิวก็ต้องล้าบ้าง และอาจจะเป็นสาเหตุให้ผิวแก่ก่อนวัย นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เราต้องพักผิวบ้างอะไรบ้าง โดยเฉพาะเหล่าดาราที่เขาต้องแต่งหน้าทุกวัน ถ้ามีเวลาว่างก็คงต้องปล่อยให้ผิวได้พัก บางคนถึงขั้น หน้าสด กันเลยทีเดียว ไปดูกันดีกว่าว่าดาราคนไหนหน้าสดแล้วยังเป๊ะบ้าง

-แอฟ-ทักษอร ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน คุณแม่ยังสวยคนนี้ก็ยังดูเป๊ะเหมือนเดิม ถึงแม้ว่าจะหน้าสดออกจากบ้าน (มีแอบเขียนคิ้วนิดหน่อย) ก็ยังดูดี ดูผิวของเธอสิ เนียนละเอียดสุดๆ ผิวดีแบบนี้ หน้าสดยังไงก็เป๊ะ พูดเลย

-แต้ว-ณฐพร เป็นอีกหนึ่งนางเอกที่หน้าสดก็ยังสวยมาก สังเกตละครที่เธอเล่นแต่ละเรื่องสิ แต่งหน้าน้อยมาก-ก-ก เหมือนแทบไม่ได้แต่ง แถมเวลาเธอเปลือยหน้าสดเพื่อออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมต่างๆ ก็ยังดูเป๊ะอยู่เลย ผิวดีมีชัยไปกว่าครึ่งจริงๆ นะ

-มิว-นิษฐา มีสาวๆ หลายคนอยากจะร้องไห้ เพราะพอไปดูภาพยนตร์เรื่อง แฟนเดย์…แฟนกันแค่วันเดียว แล้วเห็นหน้าสดของสาวมิวแล้วสะเทือนใจ คือสาวมิวหน้าสดแล้วสวยกว่าเราๆ ตอนแต่งหน้าอีกอะ เครื่องหน้าชัด ผิวดีแบบแทบไม่ต้องทำอะไร เธอเลยกล้าที่จะโชว์ผิวในวันสบายๆ หรือเวลาไปเที่ยวต่างประเทศ

-ญาญ่า-อุรัสยา เรียกว่าหน้าสดเป็นกิจวัตรเลยดีกว่า เพราะวันไหนถ้าไม่มีงาน สาวญ่าจะไม่แต่งหน้าเลย โชว์ผิวใสๆ ถ่ายอวดลงอินสตาแกรมแบบชิลๆ ยิ่งเป็นสาวคิ้วเข้ม ตาคม เครื่องหน้าชัดขนาดนี้ ไม่แต่งหน้าก็เหมือนแต่ง สวยใสเว่อร์จนน่าอิจฉา

-จุ๋ย-วรัทยา เป็นสาวผิวน้ำผึ้งที่ผิวดีและนวลเนียนมากๆ เธอกล้าโชว์ผิวแบบหน้าสดลงอินสตาแกรมบ่อยๆ โดยเฉพาะหลังจากออกกำลังกาย บอกเลยว่าอย่างกับผิวเด็ก มิน่าล่ะถึงไม่อายที่จะโชว์ผิว เวลาแต่งหน้าก็สวยเป๊ะ เวลาหน้าสดก็ดูหน้าเด็กเว่อร์

-ขวัญ-อุษามณี โชว์ผิวสดบ่อยมาก โดยเฉพาะเวลาออกกำลังกาย แต่พักหลังๆ เธอขายลิปสติกด้วย ก็เลยขอแต้มริมฝีปากให้ดูมีสีสันนิดนึง แม้ว่าจะไม่ได้ทำอะไรกับผิวหน้าเลย แถมเธอไม่อายด้วยนะถ้าคิ้วจะดูบางหน่อยๆ ก็แหม ผิวสวยซะอย่างนี่นา ยิ่งหลังออกกำลังกายเสร็จยิ่งมีเลือดฝาด ผิวนี่ฉ่ำเลยทีเดียว

-แซมมี่ เคาว์เวลล์ สาวสวยอีกคนที่เครื่องหน้าคม เป๊ะมากๆ เวลาเราเห็นเธอแต่งหน้า จะดูเป็นสาวเซ็กซี่ น่าค้นหาสุดๆ แต่พอเธอเปลือยหน้าสดแล้วบอกได้เลยว่าดูเด็กและสดใสขึ้นเป็นกอง

-แพนเค้ก-เขมนิจ คนนี้ก็ไม่อายที่จะโชว์หน้าสด ไม่ว่าจะในเวลาที่ออกกำลังกายจนเหงื่อท่วม หรือในวันสบายๆ ซึ่งสุดฯ ว่าหน้าสดของเธอทำให้เธอดูเด็กและสดใสกว่าตอนแต่งหน้าแบบจัดเต็มเสียอีกนะ

-แมท-ภีรนีย์ สาวคนนี้เครื่องหน้าชัดมาก ทั้งคิ้วทั้งตา แถมยังได้ผิวขาวๆ แบบแทบไม่มีรอยตำหนิอีกต่างหาก เวลาหน้าสดเลยยังดูสวยเป๊ะอยู่ (แม่ว่าอาจจะซีดไปหน่อย) แต่ถ้าแต่งหน้าจัดเต็มเมื่อไหร่ ความเป๊ะจะเพิ่มเป็นทวีคุณ

-ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก หลายคนหลงรักเธอจากภาพยนตร์เรื่องแรก สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก ตอนนั้นเธอเล่นเป็นสาวน้อยวัยมัธยม แต่งหน้าน้อยมาก เรียกได้ว่าแทบจะหน้าสดเลยด้วยซ้ำ ด้วยความที่หน้าตาจิ้มลิ้ม จมูกโด่ง ปากบาง แถมผิวยังขาวเนียน ไม่แต่งหน้ายังไงก็สวย

5 เทคนิคง่ายๆ ไม่ต้องโบ๊ะ เครื่องสำอาง ตลอดเวลา

จริงอยู่ ที่โบราณว่าไว้ ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง เกิดเป็นผู้หญิงก็ต้องแต่งหน้า แต่งตัว จะได้ดูดี มีเสน่ห์ แต่ก็อย่างว่าแหละคุณขาาา บางครั้งถ้าเลือกได้ ก็อยากจะสวยแบบใสๆ ไม่ต้องแต่งหน้าดูบ้าง แต่ครั้นจะให้ หน้าสด แบบล้วนๆ ไม่มีอะไรแต่งแต้มเลยก็กลัวคนอื่นๆ จะแตกตื่นตกใจ งั้นลองมาดูเทคนิคกันหน่อยดีกว่า จะได้สวยแบบใสๆ เหมือนคนอื่นบ้าง

1. แต่งคิ้วและดัดขนตาแบบเจลใส

นี่ไม่ได้แนะำให้แต่งหน้านะคะ แต่แนะนำให้แต่งคิ้ว และขนตา โดยเฉพาะคิ้ว ที่เป็นเหมือนมงกุฏของใบหน้า อย่าได้ปล่อยให้คิ้วรกรุงรังเชียวนะ ควรกันคิ้วให้ได้ทรงสวย สำหรับคนที่คิ้วบาง แนะนำให้ลองทาน้ำมันละหุ่งที่คิ้วดู จะช่วยให้คิ้วดกดำขึ้น หลังจากที่คิ้วสวยแล้ว ก็มาในส่วนของดวงตา ควรดัดขนตาให้งอนงาม และใช้มาสคาร่าแบบเจลใส ปัดตามไปอีกที แค่นี้หน้าสดก็สวยได้แล้ว

2. บำรุงเส้นผมสม่ำเสมอ

ไม่ว่าคุณจะทำสีผมหรือไม่ทำ ก็ควรบำรุงผมให้ดูสุขภาพดีอยู่เสมอ ตัดเล็มปลายผมบ้าง หมักผมบ้าง อะไรก็แล้วแต่ที่จะทำให้ผมคุณดูสวย จงทำซะ เพราะจะช่วยเสริมให้มีบุคลิกภาพ และทำให้หน้าของคุณน่ามองมากขึ้น

3. ฟันต้องขาว

ยิ้มของคนเรา ทำให้โลกสดใสได้จริงๆ นะ จงเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเอง ด้วยการดูแลสุขภาพช่องฟันให้ดีๆ ฟอกสีฟัน ขูดหินปูน ดูบ้าง อย่าปล่อยให้ฟันเหลือง แล้วก็ระวังเรื่องชา กาแฟ เพราะมีส่วนทำให้ฟันเหลืองสุดๆ

4. ดูแลผิวหน้า และครีมกันแดดอย่าให้ขาด

อยากมี หน้าสด ที่สวยเป็นธรรมชาติ ก็ต้องดูแลผิวหน้าให้ดี ไม่ว่าจะเป็นครีมบำรุง หรือโฟมล้างหน้า เลือกให้เหมาะกับสภาพผิว มาส์กหน้าบ้าง สัปดาห์ละครั้งก็ยังดี หรือจะทาด้วยน้ำมันมะพร้าวก็เริ่ดไม่แพ้กัน ตื่นมาหน้านิ่มสุดๆ และที่ขาดไม่ได้ ห้ามละเลยเด็ดขาด นั่นก็คือครีมกันแดด ทาไปเถอะ แม้ว่าคุณจะทำงานอยู่ในห้องแอร์ แต่อันตรายจากแสงยูวี มีรอบตัว อย่าได้ชะล่าใจ หน้าแก่ก่อนวัยไม่รู้ด้วยนะ

5. พักผ่อนให้เพียงพอ

ดูเหมือนจะเป็นข้อที่ดูนางเอกที่สุด แต่เป็นสิ่งสำคัญที่ควรทำมากที่สุด แม้ว่าคุณจะประโคมครีมบำรุงมากแค่ไหน แต่ถ้าขาดการพักผ่อนที่เพียงพอ ก็ไม่มีประโยชน์อะไร นอนให้เต็มอิ่ม อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง ตื่นมาหน้าคุณก็จะสดใส ไม่หมองคล้ำแน่นอน

ติดตามบทความดีดีได้ที่ http://hbxingu.com