ดาราตกอับ

อ่ำ  เปิดใจชีวิตตกอับ-ฆ่าตัวตาย

ดาราตกอับ

ดาราตกอับ ถ้าพูดถึงชื่อ อ่ำ อัมรินทร์ นิติพน คงไม่มีใครไม่รู้จักแน่ เพราะเขาเคยเป็นนักร้องที่โด่งดังมากๆ ในยุค 90 มีเพลงฮิตติดหูมากมาย อีกทั้งมีชีวิตครอบครัวที่ดี มีลูกที่น่ารัก แต่แล้วก็มีข่าวออกมาว่า ชีวิตครอบครัวของอ่ำต้องพังลง เขาได้หย่ากับภรรยา จอย อัจฉรียา ซึ่งเรื่องนี้ทำเอาหลายคนตกใจอย่างมาก โดยล่าสุด อ่ำ อัมรินทร์ ได้มาเปิดใจผ่านทางรายการ เรื่องใหญ่ไฟกะพริบ ทางช่อง GMM25 ถึงชีวิตที่พังพินาศของตัวเอง จนถึงขั้นคิดฆ่าตัวตาย…

-รู้สึกยังไงกับคำว่า อ่ำ อัมรินทร์ ตกอับ?

“ก็ใช่ครับ ตกอับ”

-เราเคยเป็นซุปเปอร์สตาร์ที่เปรี้ยงมาก พอตกลงมารู้สึกยังไง?

“คือตอนที่ตกมาผมไม่ได้คิดว่าผมเป็นอะไรเลยนะครับ ตอนที่จังหวะตก ผมคิดว่าชีวิตอยู่ตรงไหน เราเป็นอะไรอยู่ เราทำอะไรอยู่ เรานั่งมองภาพตอนช่วงที่ประสบความสำเร็จ จนเข้าสู่ช่วงที่รับกรรมกันมาอย่างจริงจัง ก็เข้าใจชีวิตมากขึ้นจนมาถึงตอนนี้ครับ จนสู่ช่วงที่ไม่มีงาน”

-ช่วงที่ไม่มีงาน มันไม่มีเลยเหรอ?

“มันไม่มีจากการที่เราทำรายการที่ผลิตออกทีวีตามช่องต่างๆ แล้วก็ช่วงที่ไม่ได้ทำงานเลย การที่เราต้องใช้จ่ายในบริษัท ในชีวิตประจำวัน มันก็หมุนเวียนกันได้ แต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจหรือปัญหาของประเทศที่มันเกิดขึ้นมา แล้วสิ่งที่ร้ายที่สุดคือร่างกายเราที่มันรับไม่ได้กับการทำงานแล้ว หมายถึงว่ามันประสบปัญหากับการเจ็บป่วย

ซึ่งมันไม่ได้คาดคิดว่า มันจะเกิดปัญหาอะไรขนาดนั้น ซึ่งมันน่าจะเป็นสาเหตุจากความเครียดมากๆ พอเครียดมากๆ มันก็หลั่งสารบ้าๆ บอๆ นะ พอมันหลั่งสารบ้าบอออกมา คือมันเสียใจทุกวัน มันไม่ได้ออกมากับน้ำตาหรอก อีก 5-6 เดือนต่อมา มันจะมาแล้วมันมาหนักมาก รวมถึงชีวิตที่เรามีมรดกจากคุณพ่อมาก็คือ กรรมพันธุ์กับโรคเกาต์

ผมคิดว่าผมได้รับโรคนั้นมา แต่พอมีโอกาสได้พบแพทย์ หมอเขาก็บอกว่า ผมไม่ได้เป็นเกาต์ แต่เป็นในลักษณะของรูมาตอยด์ ก็เลยจะต้องรักษาต่อไป”

-ตอนที่ป่วยมีใครดูแลมั้ย?

“อยู่คนเดียวครับ จะกินขนมถุงก็ต้องเหยียบเอาแล้วเอามือคีบๆ ขึ้นมากิน เพราะว่าแกะไม่ได้ กางเกงแพรยังรัดไม่ได้เลยอะ ต้องแก้ผ้าอยู่ห้อง มือบวมเท้าบวมเหมือนเปรตเลย เป็นแบบนี้อยู่ปีกว่า ก็มีแม่ช่วยดูแลครับ”

-จุดหักเหของชีวิตจากที่ครอบครัวอบอุ่นมาก จนมาถึงวันที่ประกาศหย่ากับภรรยา แล้วยังมีหนี้สินมาอีกมากมาย?

“หนี้สินจากทรัพย์สิน จากรถ 22 คัน จากบ้านหลังไร่หนึ่ง คือผมมีรถเยอะมาก ผมชอบขับรถ มีรถแข่งอะไรเยอะแยะไปหมด แต่หลังจากหย่าภรรยามันก็มาแล้วหลังจากนั้น 6-7 เดือน ความเครียดทั้งหลายมันก็หลั่งสารออกมา

ตอนที่เราเสียใจมันก็เสียใจจากการผิดพลาด การตัดสินใจในสิ่งที่เราทำไป มันก็เป็นเรื่องที่แรงมากสำหรับตัวเอง ซึ่งมันก็สำนึกแล้ว ตอนนั้นไม่รู้จะทำยังไง แต่คิดว่าจะต้องแก้ไขให้ได้ อาจจะกลับมาเหมือนเดิมไม่ได้ แต่คิดว่าจะต้องทำยังไงให้ดีได้ มันก็มีวิธี ก็คือทำความเข้าใจกับสิ่งที่มันเปลี่ยนไป”

-ตอนนั้นสภาพจิตใจเป็นยังไง กับการที่เรายังอยู่บ้านหลังเดิมแล้วยังเห็นภาพเดิมๆ ที่เคยมีลูก มีภรรยา?

“ทำใจไม่ได้ครับ พอตอนแรกอะได้อยู่หรอก แต่พอสักพักมันก็รู้สึกว่าไม่ใช่แล้ว คือผมเตรียมตัวที่จะรับสภาพนี้อยู่แล้ว คือผมกับจอยเป็นคนที่ทำงานด้วยกัน พี่จอยเขาก็จะเป็นดูแลเรื่องสปอนเซอร์ แล้วผมจะเป็นคนดูแลเรื่องโปรดักชั่น เวลาที่สปอนเซอร์เขาตำหนิอะไรมาพี่จอยเขาก็จะมาบอก แต่เนื่องจากเราดื่มด้วย แล้วด้วยอารมณ์เราด้วย คือเขาก็มาพูดดีกับเราแหละ แต่ตัวเรามันเป็นสันดานที่เป็นคนประชดประชันอยู่แล้ว มันก็เลยไปกันใหญ่เลย”

-เคยคิดฆ่าตัวตายด้วย?

“ใช่ๆ คือเป็นวิธีการที่เป็นมาตั้งแต่เด็กแล้ว ก็คือพอแฟนจะเลิกกับเราไปเราก็ร้องฟูมฟาย จะไปวิ่งให้รถชนตาย แต่ตอนนั้นมันไม่ได้หนักหนาขนาดนี้ คือเรามีครอบครัว มีลูกที่น่ารักๆ เราก็มาคิดว่าจะเรียกร้องให้กลับมาดังเดิมมั้ย ด้วยวิธีร้องไห้เสียใจ ขอโทษ ทำยังไงก็ได้ หรือจะให้ยิงตัวเองตายให้ดูเลย คือผมมีปืนแต่เป็นปืนของพ่อ แล้วปืนนั้นมันพัง มันเป็นแค่เหล็กทับกระดาษเท่านั้นเอง ผมก็เลยเอามาทำท่าอย่างนั้น แต่ตัวผมน่ะกลัวตาย อยากจะอยู่แก้ไขมากกว่า”

-จุดที่ต่ำสุดคือการเลิกกับภรรยาใช่มั้ย?

“ก่อนหน้านั้นมันก็มีปัญหากับการดำเนินชีวิตคู่ จนถึงที่สุดที่มันตัดขาดกัน หลังจากนี้มันก็ดิ่งลง และความเครียดทำให้เราแย่ลง เพราะเรารับกับความเป็นอยู่ของเราไม่ได้ มองไปทางไหนก็คิดถึงเขา มันเป็นเรื่องราวที่ผิดพลาดในชีวิตของผม แล้วมันเป็นบทเรียนที่ดี ที่นำไปสู่การพัฒนาชีวิต”

ดาราตกอับ เริ่มเข้าหาธรรมะ

“โชคดีที่มีเพื่อนสมัยเรียนเห็นพฤติกรรมเราเปลี่ยนไป ก็เลยเข้ามาหาที่บ้าน ก็นั่งคุยกันแล้วเขาก็แนะนำให้เราไหว้พระ ใช้เวลาเข้ามาอยู่กับธรรมะ ที่ผ่านมาเราอยู่กับโลกมืดมาตลอด ตอนนั้นกินเหล้า ติดบุหรี่ทุกวัน ปาร์ตี้ตลอด”

-หลังจากที่เพื่อนเข้ามาแนะนำ เราก็บวชเลย?

“ยังครับ คือเพื่อนเข้ามาแนะนำ พาเราไปวัดต่างๆ เราก็เริ่มเข้าใจชีวิต เริ่มเข้าใจสัจธรรมของชีวิตขึ้น จากนั้นเพื่อนก็ค่อยๆ ออกไป แล้วเราก็ต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง ต้องหลุดพ้นด้วยตัวเอง เริ่มทำความเข้าใจกับความผิดเรา ก็โทรไปบอกคุณจอยขออโหสิกรรมนะ มันเป็นความผิดของเราเอง เราก็ขอโทษแล้วจะทำตัวให้ดี คือการไม่ทำให้เขาเจ็บช้ำน้ำใจอีกต่อไป แล้วก็ไม่ได้ทวงคืนอะไรทั้งนั้น ให้เขาอยู่อย่างสบายใจที่สุด และเราก็พยายามทำตัวให้ดีขึ้นๆ แต่ตอนนั้นมันยังทำอะไรไม่ได้ เพราะร่างกายยังไม่พร้อม ยังตีกอล์ฟไม่ได้ กำมือแน่นๆ ก็ไม่ได้”

-คุณจอยได้โทรมาถามไถ่มั้ย?

“เขาดูแลผมตลอด เขาไม่เคยไม่รับสายผม ไม่เคยไม่ตอบไลน์ผมเลย เราดีใจมากเลยนอกจากที่เขาดูแลลูกของเราดีอยู่แล้ว เขาถามเราว่า เอาแหวนไปก่อนมั้ย เพราะเขารู้ว่าเราต้องใช้เงิน ให้เอาไปขายใช้หนี้ก่อนแล้วค่อยทำงานหาเงินกลับมาคืน เขาก็ให้มาวงหนึ่ง แต่ไม่ใช่แหวนแต่งงานนะ มันก็เลยทำให้เราพยายามที่จะกลับมาดีให้ได้ ต้องยืนให้ได้ จนเรากลับมาจับไม้กอล์ฟได้ เราก็ดีใจมาก เพราะถ้าร่างกายเราเราคิดว่า มันทำไม่ได้ มันก็จะทำไม่ได้ คือมันไปจำกัดตัวเราเอง จิตสั่งตัวเอง”

-ซึ่งตอนนี้หักดิบเลย เรื่องเหล้า บุหรี่?

“ใช้คำว่า มีศรัทธาดีกว่า มีศรัทธากับในหลวง รัชกาลที่ 9 ครับ (ยกมือขึ้นไหว้) ในช่วงที่กลับมาสวิงกอล์ฟได้ น้ำตาไหลเลยนะครับ เหมือนถูกหวยรางวัลที่ 1 แล้วในช่วงพระราชพิธีก็เลยตัดสินใจบวช เป็นตัวแทนของครอบครัวเราแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ก็เลยตัดสินใจบวช โทรบอกทุกคน พี่จอยก็บอกว่า ดีเลย ภาพที่บวชนั้นก็เลยล้างภาพเก่าๆ ของผมได้”

-กลับมาเป็นอ่ำคนใหม่ ที่ลด ละ เลิกทุกอย่าง แล้วมาอยู่ในพระพุทธศาสนา?

“ใช่ครับ อยู่ในนั้นเลยครับ ผมถวายตัวเลยครับ”

-จากนี้ไปจะเป็นยังไงต่อกับชีวิต?

“ขอคิดก่อนครับว่าจะทำยังไงต่อไป”

-น้องแอลลี่อายุเท่าไรแล้ว?

“อายุ 14 ครับ คือเขาเกิดมาในครอบครัว ในความเป็นเรา เขาก็เห็นแล้วว่าพ่อของเขาทำอะไร พอโตขึ้นมาเขาก็ทำเองได้แล้ว แค่ไปศึกษาเพิ่ม เขาก็เรียนรู้จากสิ่งรอบข้าง รู้สึกเป็นบุญมากที่ได้ลูกคนนี้ เป็นเทวดาเลยครับ ถามว่าเจอกันบ่อยมั้ย ช่วงนี้ไม่ค่อยบ่อยครับ แต่ก็ได้ดู ได้ติดตาม ได้คุยกับพี่จอยทุกวัน เราก็ยังแบ่งกันเลี้ยง แบ่งกันดูแลอยู่”

-ล่าสุดน้องแอลลี่ได้เล่นหนังกับญาญ่า ซันนี่ และนิชคุณ?

“ใช่ครับ ก็เป็นเรื่องที่ดีครับ เพราะว่าเขาอยู่ในตรงนี้มามีความเป็นศิลปินอยู่แล้ว เขาเห็นพ่อเขาทำอะไร เขาก็ซึมซับมา โชคดีที่เขาได้สองภาษา เพราะตอนเด็กๆ ตั้งแต่เกิดมาจอยเขาก็พูดภาษาอังกฤษกับลูกเลย เราก็พูดไทย แล้วสงสัยว่าพูดแบบนี้ลูกจะเข้าใจเหรอ แต่มาตอนนี้นับว่าลูกโชคดีที่เขาพูดได้สองภาษา”

-คุณพ่อมีหวง มีห่วงมั้ย?

“ไม่มีนะครับผม ไม่ได้ห่วงอะไรด้วย เพราะคุณจอยเขาดูแลดี อบรมดี แล้วก็เป็นช่วงโตตามวัย เขาก็จะมีชอบใครแล้วแหละ แต่จะบอกหรือไม่บอกก็พอเดาได้ บางทีเราจะไปล่วงเกินชีวิตเขามากไม่ได้ เพราะมันเป็นชีวิตเขา”

-ฝากเป็นแง่คิด?

“เรื่องของแต่ละคนมันก็ต้องผ่านความเป็นไปทั้งสุขและทุกข์ มันขึ้นอยู่กับเราตลอดเวลา มันก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราทำ นั่นก็คือกรรม อาจจะเข้าหาธรรมะหน่อย ต้องเรียนรู้การใช้ชีวิตอย่างแท้จริง ผมเองก็ไม่ได้รู้มาก่อนว่า การแก้ไขในเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นต้องทำยังไง ผมก็ยึดธรรมะ เราจะหลุดพ้นจากทุกข์ กรรม ก็ต้องด้วยตัวเราเอง ใครก็ช่วยเราไม่ได้”.

ถึงจะปิดฉากชีวิตคู่ 12 ปีหย่าร้างกันไปนานและไม่สามารถกลับมาเป็นคู่รักเหมือนเดิมแล้ว แต่ความสัมพันธ์ของอดีตสามีภรรยาอย่าง อ่ำ อัมรินทร์ และ จอย อัจฉรียา ก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน อ่ำ ยังเคยให้สัมภาษณ์ถึงอดีตภรรยาไว้ว่า จอย เห็นใจตนที่ต้องใช้ชีวิตอยู่คนเดียว ยังคอยห่วงใยเรื่องงาน เรื่องสุขภาพ ถึงขนาดเคยให้เงินใช้ในตอนที่การเงินมีปัญหาหมุนไม่ทัน และไม่เคยปิดโอกาสในการพบเจอลูกสาวอย่าง น้องแอลลี่ เลยสักครั้ง ตลอดระยะเวลาที่แยกทางกัน ถึงไม่ได้อยู่ด้วยกันแต่วันสำคัญหรือโอกาสดีๆ สองพ่อลูกก็ยังติดต่อกันอยู่ตลอด ช่วงไหนงานเยอะยุ่งหน่อยก็มีห่างหายไปบ้าง ล่าสุด อ่ำ อัมรินทร์ แชะภาพพร้อมหน้าครอบครัวอีกครั้ง โพสต์อวดภาพความสุขนี้ผ่าน Facebook ส่วนตัวพร้อมข้อความว่า “คิดถึงเธอแทบใจจะขาด”

ติดตามบทความดีดีได้ที่ http://hbxingu.com

ดาราอังกฤษ

ทำเนียบดาราหนุ่มชาวอังกฤษที่ครองหัวใจสาวๆ ทั่วโลก

ดาราอังกฤษ

ดาราอังกฤษ หากให้ลองนึกถึงวงการที่รวบรวมบรรดาหนุ่มหล่อไว้มากที่สุด หลายๆ คนคงนึกถึง ‘วงการบันเทิงฮอลลีวูด’ ใช่ไหมล่ะ ? แม้ว่านักแสดงในฮอลลีวูดส่วนใหญ่จะมาจากฝั่งอเมริกา แต่จุ๊ๆ …ขอบอกไว้เลยว่าทองแท้แล้วจริงๆ นั้นคือ ‘หนุ่มบริติช’ หรือหนุ่มอังกฤษนั่นเอง นอกจากสำเนียงภาษาอังกฤษและชื่อที่มีเอกลักษณ์เฉพาะสไตล์หนุ่มผู้ดีแล้ว ดาราหนุ่มชาวอังกฤษที่โลดแล่นในวงการฮอลลีวู้ดยังมีใบหน้าที่ชวนฝันและรักษามาดสไตล์เจนเทิลเมนที่ทำให้สาวๆกรี๊ดกร๊าดกันอย่างคลั่งไคล้ วันนี้ขออาสาพาคุณไปรู้จักกับทำเนียบดาราหนุ่มบริติชกายส์ที่งานปราณีตและดีต่อใจสาวๆ ทั่วโลก จะมีขวัญใจของคุณรวมอยู่ด้วยหรือเปล่านั้นไปดูกันเลยดีกว่า

-เอดดี้ เรดเมย์น

เริ่มกันที่ดาราหนุ่มที่กำลังมาแรงสุดๆ ในขณะนี้จากการรับบท ‘นิวท์ สคามันเดอร์’ ในภาพยนตร์เรื่อง Fantastic Beasts and Where to Find Them หนุ่มบริติชคนนี้มีชื่อเต็มๆ ว่า’เอดเวิร์ด จอห์น เดวิด เอดดี้ เรดเมย์น’ เกิดเมื่อวันที่ 6 มกราคม ค.ศ. 1982 ปัจจุบันอายุ 34 ปี เริ่มเป็นที่รู้จักจากภาพยนตร์เรื่อง Les Misérables (2012) ก่อนจะคว้ารางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากเรื่อง The Theory of Everything (2015) โดยรับบทเป็น ‘สตีเฟน ฮอว์คิง’ นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง ซึ่งป่วยเป็นโรคเซลล์ประสาทสั่งการเสื่อม (ALS) นอกจากนี้ยังมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ถึงความสามารถในการรับบทเป็นสาวประเภทสองในภาพยนตร์เรื่อง The Danish Girl (2015) ทั้งนี้ทักษะและความสามารถในการแสดงของเอดดี้นั้นเรียกได้ว่าได้รับการยอมรับว่าแสดงได้เข้าถึงอารมณ์และความรู้สึกของตัวละคร

นอกจากนี้เอดดี้ยังเป็นพระสหายของเจ้าชายวิลเลียม ดยุกแห่งเคมบริดจ์ อีกด้วยเนื่องจากสมัยเรียนมัธยมโรงเรียนอีตัน เอดดี้และเจ้าชายวิลเลียมเคยร่วมทีมรักบี้ทีมเดียวกัน นอกจากนี้ยังเข้าร่วมในพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นโอบีอีจากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ณ ปราสาทวินด์เซอร์ ประเทศอังกฤษด้วยนะ ไม่ธรรมดาจริงๆ สาวๆ คนไหนที่ปิ๊งรักพ่อหนุ่มเอดดี้เข้าอย่างจัง ขอบอกเลยว่างานนี้อาจอกหักกันเป็นแถว เพราะเอดดี้เขามี ‘ภรรยา’ นามว่าฮันนาห์ แบ็กชอว์ และมีลูกสาวชื่อว่า ‘ไอริส แมรี เรดเมย์น’ เป็นโซ่คล้องใจด้วยแหละ ส่วนที่เห็นหนุ่มเอดดี้แต่งตัวดีมีสไตล์ขนาดนี้ขอบอกเลยว่าภรรยานี่แหละที่เป็นคนดูแลเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมให้…เฮ้อ !

-โรเบิร์ต แพตตินสัน

มาถึงผู้ชายคนนี้ถ้าจะไม่พูดถึงเลยก็จะเสียเครดิตทำเนียบหนุ่มอังกฤษอย่างไม่น่าให้อภัย เพราะพ่อแวมไพร์หนุ่ม โรเบิร์ต แพททินสัน มีชื่อเต็มๆ ว่า ‘โรเบิร์ต ดักลาส โธมัส แพตตินสัน’ เกิดเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ค.ศ. 1986 ปัจจุบันอายุ 30 ปี เริ่มเป็นที่รู้จักจากการรับบทเซดริก ดิกกอรี่ ของภาพยนตร์แฮร์รี่ พอตเตอร์กับถ้วยอัคนี และมีชื่อเสียงดังเป็นพลุแตก กลายเป็นสามีของโลกจากการรับแวมไพร์หนุ่มในภาพยนตร์เรื่อง Twilight ที่สร้างกระแสคลั่งไคล้โรเบิร์ตแพทชนิดที่ไม่ว่าเขาเดินไปที่ไหน จะมีสาวๆ ตะโกนว่า ‘กัดคอฉันหน่อย !’จากการรับบทพระเอกในบทบาทแวมไพร์หนุ่มนี่เองที่ทำให้โรเบิร์ตได้ปิ๊งรักทั้งในจอและนอกจอกับดาราสาว ‘คริสเตน สจ๊วต’ ก่อนที่ทั้งคู่จะเลิกรากันไป หลังมีข่าวอื้อฉาวระหว่างคริสเตนกับผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง ทำให้สาวคริสเตนหันไปคบหาดูใจกับ ‘แฟนสาว’ ในขณะที่โรเบิร์ตเองหันไปปลูกต้นรักกับนักร้องสาวนามว่า ‘FKA Twigs’ ก่อนที่จะเลิกรากันไป แต่ไม่ว่าจะยังไงพ่อหนุ่มโรเบิร์ตคนนี้ก็ยังเป็นลิสต์อันดับต้นๆ ของสาวๆ ทั่วโลกอยู่ดีแหละจ้า

-นิโคลัส ฮอลท์

หนุ่มบริติชนัยน์ตาสีฟ้า วัย 26 ปี มีชื่อเต็มๆ ว่า ‘นิโคลัส คาราดอก ฮอลท์’ นอกจากสร้างชื่อเสียงจากภาพยนตร์เรื่อง Warm Bodies (2013) และ Jack the Giant Slayer (2013) แล้ว ยังรับบทบาทศาสตราจารย์แฮงค์ แม็คคอยใน X-Men: First Class และแสดงซีรีส์สุดฮอตอย่าง Skins จนสร้างฐานแฟนคลับสาวๆ ทั่วโลก ความพีคของนิโคลัสคือรูปร่างหน้าตาที่สูงยาวเข่าดีจนเป็นนายแบบให้แบรนด์ต่างๆ มากมาย ภาพเคลื่อนไหวก็หล่อ ภาพนิ่งก็เท่ ไม่ติดอันดับก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วล่ะ ที่สำคัญหนุ่มคนนี้เคยเป็นอดีตหวานใจนักแสดงสาวดีกรีออสการ์อย่าง ‘เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์’ อีกด้วยนะ เมื่อก่อนไม่ว่าจะไปไหนสาวเจนลอว์ก็ต้องตัวติดกับหนุ่มนิโคลัส จนแฟนๆ ต่างแซวว่า ‘เจนลอว์พกของดีมาด้วย’ แต่นั่นแหละ…อดีตก็คืออดีตอ่ะจ้ะ อิอิ

-แซม คลาฟฟิน

ดาราหนุ่มเมืองผู้ดีวัย 30 ปีที่ขึ้นแท่นพระเอกหนังรักคนใหม่แห่งวงการฮอลลีวู้ด เกิดเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ค.ศ.1986 เริ่มเป็นที่รู้จักจากการรับบท ‘ฟินนิค’ ใน The Hunger Games (2013-2015) และ The Riot Club (2014) ก่อนจะโด่งดังเป็นที่รู้จักมากขึ้นจากภาพยนตร์ฟีลกู๊ดที่สร้างจากนวนิยายขายดีอย่าง Love, Rosie (2014) และถูกกล่าวถึงอย่างกว้างขวางในฐานะพระเอกหนังรักจากภาพยนตร์สุดซึ้ง Me Before You (2016) ด้วยเสน่ห์อันล้นเหลือของหนุ่มแซมที่มักจะแจกรอยยิ้มอย่างจริงใจให้บรรดาแฟนคลับ ทำให้ภาพลักษณ์ของแซมคือผู้ชายอารมณ์ดีและอารมณ์ขัน แถมยังติดมาดหนุ่มหนวดให้สาวๆ ทั่วโลกได้ฟินกันอีกด้วย แต่ทั้งนี้ไม่รู้ทำไม๊ทำไมผู้ชายบริติชถึงแต่งงานเร็วกันนักนะ เพราะหนุ่มแซมเขามีภรรยาเป็นที่เรียบร้อยแล้วล่ะจ้ะ แหม…สวยซะด้วย

-แดเนียล แรดคลิฟฟ์

เด็กหนุ่มผู้โด่งดังจากภาพยนตร์ชุดเรื่อง ‘แฮร์รี่ พอตเตอร์’ ที่เด็กๆ ทั่วโลกต่างรู้จักเขา บทบาทที่สร้างชื่อเสียงอันรุ่งโรจน์ให้กับ ‘แดเนียล จาคอบ แรดคลิฟฟ์’ หนุ่มอังกฤษวัย 27 ปี เกิดวันที่ 23 กรกฎาคม ค.ศ. 1989 เป็นเวลากว่า 10 ปีที่แฮร์รี่ พอตเตอร์จากจินตนาการของ J.K. Rowling โลดแล่นอยู่บนจอฟิล์มทั่วโลก แน่นอนว่าทำให้ทุกคนติดภาพแดเนียลว่าเขาคือแฮร์รี่ เด็กชายผู้รอดชีวิต เหตุผลนี้เองทำให้แดเนียลเองพยายามที่จะพลิกบทบาทด้านการแสดงโดยการรับบทการแสดงแนวใหม่ๆ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าบทบาทที่แดเนียลเลือกรับแต่ละครั้งก็มีความหลากหลายตั้งแต่ละครเวทีไปจนถึงบทบาทในภาพยนตร์ชาวรักร่วมเพศ เชื่อว่าต่อไปแฟนๆ ของแดเนียลจะได้ชมภาพยนตร์ที่เขารับเล่นและจะมีความหลากหลายมากขึ้นอย่างแน่นอน

ดาราอังกฤษ มาถึงคิดรุ่นใหญ่กันบ้าง

-เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์

จะพลาดนักแสดงมากความสามารถอย่างพ่อยอดขมองอิ่ม ‘เบเนดิกต์ ทิโมที คาร์ลตัน คัมเบอร์แบตช์’ วัย 40 ปี เกิดวันที่ 19 เดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1976 เรื่องฝีไม้ลายมือในการแสดงได้รับการการันตีมากมายหลายรางวัล แถมยังเคยได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลอออสการ์สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมในบทของ ‘อลัน ทูริง’ บิดาแห่งวิทยาการคอมพิวเตอร์ จากภาพยนตร์เรื่อง The Imitation Game (2014) นอกจากนี้ในปี 2016 ค่ายมาร์เวลยังเปิดตัวเบเนดิกต์ในฐานะซูเปอร์ฮีโร่คนใหม่อีกด้วย โดยการส่งไปรับบทตัวเองในภาพยนตร์เรื่อง Doctor Strange อีกด้วย ส่วนฐานแฟนคลับเดิมคงจะรู้จักผู้ชายบริติชคนนี้ผ่านซีรีส์ชื่อดังอย่าง ‘เชอร์ล็อค โฮล์มส์’ สุดท้ายนี้…ผู้ชายสุภาพ หล่อ มากความสามารถแบบนี้ก็ย่อมมีหมู่ผึ้งมาดอมดมเป็นธรรมดาแหละแก แถมมีสายเชื้อพระวงศ์อังกฤษอีกต่างหาก แต่ๆๆ งานดีแบบเบเนดิกต์นั้นนน แต่งงานกับโซฟี ฮันเตอร์ และมีลูกด้วยกันแล้ว 1 คนจ้า

-ออร์แลนโด บลูม

สุดท้ายจะลืมไม่ได้เลยก็คือ ‘ออร์แลนโด โจนาธาน บลานชาร์ด บลูม’ หรือที่บรรดาสาวเล็กสาวใหญ่เรียกกันติดปากว่าออร์แลนโด บลูม เกิดเมื่อวันที่ 13 มกราคม ค.ศ. 1977 ปัจจุบันอายุ 39 ปี มีชื่อเสียงจากบทบาท ‘เลโกลัส’ ในภาพยนตร์ของปีเตอร์ แจ็คสันเรื่อง Lord of the Rings : The Fellowship of the Ring (2001) แม้ว่าเดี๋ยวนี้เราจะไม่ค่อยได้เห็นบลูมโลดแล่นบนจอภาพยนตร์สักเท่าไหร่ แต่ขอบอกเลยว่าบลูมเป็นดาราอังกฤษที่โด่งดังอย่างมากจากภาพยนตร์ชุด Lord of the Rings เป็นหนุ่มอังกฤษที่ทำให้วงการฮอลลลีวูดของฝั่งอเมริกาสะเทือน ขโมยหัวใจสาวๆ ทั่วโลก ด้วยมาดเซอร์และเท่สไตล์บริติช บลูมแต่งงานกับมิแรนดา คอร์ อดีตนางแบบวิกตอเรียซีเคร็ตส์ ก่อนจะหย่าร้าง ส่วนปัจจุบันนี้กำลังปลูกต้นรักกับนักร้องสาว ‘เคที เพร์รี’

เป็นยังไงกันบ้างจ๊ะสาวๆ บริติชกายส์แต่ละคนนี่ขอบอกเลยว่าดีต่อใจ ทองแท้แห่งฮอลลีวู้ดที่โผล่มาหน้าจอทีไรก็ทำให้สาวๆ ทั่วโลกหัวใจละลายได้เสมอ

ติดตามบทความดีดีได้ที่ http://hbxingu.com

ดาราศัลยกรรม

ดาราสาวจมูกสวย ศัลยกรรมแล้วยิ่งสวยเปรี้ยวกว่าเดิม

ดาราศัลยกรรมดาราศัลยกรรม ถ้าพูดถึงการทำ ศัลยกรรม อย่างแรกที่สาวๆ นึกอยากจะทำมากที่สุด คงไม่พ้น การศัลยกรรมจมูก เพราะผู้หญิงไทยอย่างเราไม่ได้มีดั้งโด่งสวยได้รูปเหมือนสาวฝั่งยุโรปกันใช่มั๊ยล่ะคะ การหาทางออกด้วยการ เสริมจมูก นั้นถือว่าเป็นการสร้างความสวยให้กับใบหน้าของคุณได้รวดเร็วที่สุด บางคนทำแล้วถึงกับเปลี่ยนชีวิตให้สวยได้เพียงแค่ซิลิโคนแท่งเดียว ถ้าไม่เชื่อลองดูอย่างดาราสาวบ้านเราสิคะ มีหลายคนที่ออกมายอมรับออกสื่อว่า ได้ไปตัดเสริมเติมแต่งให้จมูกสวยเป๊ะด้วยมีดหมอมาจริงๆ แต่จะมีใครติบ้างล่ะตามมาดูกันได้เลย

อันดับ 10 แหวนแหวน ปวริศา

ต้องยกให้เธอเป็น เจ้าแม่ศัลยกรรมที่บินตรงไปทำถึงประเทศเกาหลีเลยนะคะ ก็ความสวยที่มีอยู่บนใบหน้าของเธอแทบทั้งหน้านั้นได้คุณหมอจากเกาหลีเป็นผู้เนรมิตความสวยให้ ดูๆ แล้วจากสาวหน้าไทยเปลี่ยนไปเป็นสาวเกาหลีได้ไม่เหลือเค้าเดิมเลยนะคะ..อิอิ

อันดับ 9 กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์

นางร้ายไซส์มินิ คนนี้ก็ดำเนินรอยตามรุ่นพี่ แหวน แหวน บินตรงไปอัพดั้งที่ประเทศเกาหลีเหมือนกัน แถมเธอยังบอกด้วยว่า ซิลิโคนที่เธอทำสามารถบิด หมุนจมูกได้อย่างไม่ต้องกลัวว่าจมูกจะเบี้ยวเลยจ้า

อันดับ 8 ขนมจีน กุลมาศ

นักร้องสาวใสที่ยอมรับกันตรงๆ ว่าเธอนั้นได้ ทำศัลยกรรมจมูกมา แต่ก็ไม่วายโดนคนวิจารณ์เกี่ยวกับการทำจมูกของเธอ แต่เชื่อมั๊ยว่าตอนนี้เธอดูสวยและโตขึ้นมาก ดูเป็นสาวที่มีมุมเซ็กซี่เบาๆ เห็นแล้วอยากจะบอกเธอว่า คิดถูกแล้วค่ะที่ตัดสินใจทำ ว่าแต่ ทำหมอไหน เป็นคำถามที่สาวอยากรู้เพราะมันสวยมว๊ากกกกก

อันดับ 7 ลีเดีย ศรัณย์รัชต์

ด้วยความที่หน้าสวยเป็นเดิมทุนอยู่แล้ว แต่อาจจะติดมีดั้งมีน้อยไปนิด เธอจึงตัดสินใจเสริมจมูกให้ใบหน้าดูมีมิติมากขึ้น จากสาวหมวยธรรมดาก็ดูสวยอินเตอร์เป๊ะขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่รู้ว่าจากการทำจมูกนี้ จะช่วยทำให้หน้าดูเรียวเล็กได้หรือเปล่า แต่เอาเป็นว่า ตั้งแต่ทำจมูกมา เธอสวยมีออร่าขึ้นมากเลยทีเดียว

อันดับ 6 ก้อย รัชวิน

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสาว ที่ยอมรับว่าทำจมูกตั้งแต่ก่อนเข้าวงการเลยนะคะ ก็แหม ดูรูป before ของเธอแล้วก็คงจะต้องเสริมบ้างอะไรบ้าง จะมาบอกว่าไม่ได้ทำอะไรเลยมันก็คงไม่ใช่ แต่ในเมื่อทำออกมาแล้วสวยเข้ากับรูปหน้าเรียวยาวของนาง บอกได้เลยว่าชิคเวอร์

อันดับ 5 ไอซ์ อภิษฎา

โดนเม้าท์ว่าจมูกเบี้ยวบ่อยซะจนทนไม่ไหว นางร้ายสุดเซ็กซี่เลยบอกกันชัดๆ เลยว่า ที่ทำเนี่ยเพราะสมัยก่อนจมูกเบี้ยวจนถ่ายรูปหน้าตรงแทบไม่ได้ พอเรียนจบเลยตัดสินใจเสริมจมูกให้ดูตรงและเป็นทรงมากขึ้น

อันดับ 4 ดิว อริสรา

นางร้ายหน้าหวานที่ยอมรับว่า จมูกที่เห็นอยู่นั้น เธอได้ไปฉีดฟีลเลอร์ให้สวยได้รูปมา และยังบอกอีกด้วยว่าตัวเองชอบการศัลยกรรม ว่างเมื่อไหร่เป็นต้องแอบไปฉีดนั่นเติมนี่อยู่บ่อยๆ จนผู้จัดการส่วนตัวและคุณแม่ต้องคอยปรามเอาไว้ ในอนาคตมีแพลนว่าจะต้องฉีดโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์จมูกเพิ่มอย่างแน่นอน

อันดับ 3 กระแต อาร์สยาม

ถ้าพูดการศัลยกรรมแล้วสวย จะไม่มีชื่อนักร้องสาวจากอาร์สยามคนนี้ได้อย่างไร เพราะตั้งแต่เธอไปอัพดั้งโด่งมาความสวยก็พุ่งแรงซะจนฉุดไม่อยู่ ที่สำคัญจมูกแท่งนี้ขอเธอก็ไม่ธรรมดา เค้าบอกว่าหลายแสนเลยนะคะ!! ใครอยากจะสวยเหมือนกระแตก็เก็บเงินตั้งแต่ตอนนี้จะได้สวยทันชาตินี้แบบสาวกระแตยังไงล่ะคะ

อันดับ 2 ญาญ่าญิ๋ง รฐา

เรื่องศัลยกรรมแล้วสวย ต้องมีชื่อ ดาราสาวคนนี้อย่างแน่นอน เพราะตั้งแต่เธอเปลี่ยนลุคสวยด้วยการศัลยกรรมแล้ว ทั้งงานไทย งานนอก รุมเธอซะจนหาตัวจับยาก อย่างว่าคนเรามีความสวยเป็นเดิมทุน ทั้งผิวพรรณ รูปร่างที่ดี แต่แต่งเสริมเพิ่มนิดเดียว ก็สวยโกอินเตอร์ได้แล้ว

อันดับ 1 เนย โชติกา

ถึงจะออกมาบิดจมูกโชว์คลิปผ่านอินสตาแกรมให้เห็นกันชัดๆ กันไปแล้ว ว่า เธอไม่ได้ไปเสริมจมูก เพียงแต่เหลาจมูกให้เล็กลง และที่ทำก็เพราะว่า มีหมอดูทักว่าจมูกเก่าของเธอนั้นมันสูงเกินมันโด่งไป ต้องไปเอาออกให้มันเรียบเสมอ แต่ว่าไม่ได้ไปทำให้มันโด่งไปเสริมคือเอาออกให้มันเล็กลงเท่านั้นเอง ทำแล้วสวยก็ทำไปเถอะ สาวๆ ว่าจริงมั๊ย

ดาราศัลยกรรม แล้วไม่ค่อยสวยปัง อย่างที่คิด

ดาราศัลยกรรม

“ทำบุญสวยชาติหน้า ทำทั้งหน้าสวยชาตินี้” ท่าจะจริงสุดๆ สำหรับผู้คนในยุคนี้ เพราะไม่ว่าผู้หญิง หรือว่าผู้ชายที่อยากสวย หล่อ ทันใจก็เลือกที่จะพุ่งตัวเข้าคลินิกศัลยกรรม ซึ่งมันก็ถือเป็นเรื่องปกติและไม่ใช่เรื่องน่าอายอะไรอีกต่อไป เช่นเดียวกับดาราคนดังก็เลือกที่จะสวย หล่อ พึ่งมีดหมอกันเพียบ

“ดาราศัลยกรรม” มักจะมาคู่กันจนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ไม่ใช่เฉพาะแค่ความเชื่อเรื่องการเสริมโหงวเฮ้ง เสริมดวงให้ดี แต่การทำงานในวงการบันเทิง ต้องใช้หน้าตาที่เป๊ะเป็นหลักด้วย ดารา คนดังจึงเลือกที่จะเสริมเพื่อสวยทางลัดกัน และเปิดเผยแบบไม่หมกเม็ดมากขึ้น

บางคนศัลยกรรมโมหน้าใหม่จนสวยเปลี่ยนลุคซะจำหน้าเก่าไม่ได้เลย แต่บางคนศัลยกรรมแล้วพลาดไม่สวยเหมือนที่ต้องการก็มีเยอะไป วันนี้ จะพาไปย้อนดูความงามที่ไม่ค่อยโดนของ 5 ดาราที่ศัลยกรรม แล้วไม่สวยปังอย่างที่คิดกัน จะมีใครบ้างตามมาค่ะ

1 เอมมี่ แม็กซิม กับ การอัพไซส์เต้าสุดบึ้ม
คุณแม่ลูก 2 แต่ยังแซ่บเวอร์อยู่มากๆ เธอคนนี้สวยตั้งใจมาในแนวเซ็กซี่ จุดสะดุดตาที่สุดของเธอเห็นจะเป็นอกภูเขาไฟสุดสะบึม ที่เหมือนใกล้จะแตกได้ทุกเมื่อ สาวเอมมี่ยอมรับตรงๆ ว่าไปอัพไซส์เพิ่มขนาดหน้าอกจาก 400 ซีซี เป็น 700 ซีซี นอกจากเต้าใหม่จะทำให้เธองานเข้าเพียบแล้ว ยังมัดใจแฟนหนุ่ม “ฮาเวิร์ด หวัง” ได้อยู่หมัดด้วย แต่จุดนี้เราว่ามันใหญ่ไปหน่อยอ่ะ ยากในการหาชุดชั้นใน แล้วยังลำบากในการรักษาดูแลอีกด้วย ถ้าลดขนาดกว่านี้นิดจะชวนมองอีกเยอะเลยนะจ๊ะสาวเอมมี่

2 นุ่น รมิดา ศัลยกรรมจมูกดูแล้วแปลก
ความรักแฮปปี้สุดๆ สำหรับดาราสาว นุ่น รมิดา และแฟนหนุ่ม หลุยส์ สก๊อต เข้าไปส่องอินสตาแกรมทีไรความอิจฉาตาร้อนเพิ่มขึ้นทุกที เลยอดไม่ได้ที่จะขอกัดเบาๆ สาวนุ่น กันหน่อย อิอิ ด้วยความที่สาวนุ่นเป็นผู้หญิงที่มีหน้าตาสวยคมเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อไปทำศัลยกรรมเพิ่มมาจึงทำให้เห็นได้ชัด โดยเฉพาะจมูกที่ทำไปหลายรอบ เลยทำให้ดูสวยแปลกผิดหูผิดตาขึ้นไปนิดค่ะ

3 พะแพง ธนัยนันท์ หรือ พะแพง AF4 กับการงัดดั้งทิ้งแสนสยอง
ส่วนสาวร็อคมาดเท่ พะแพง ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ศัลยกรรมแล้วพลาด หลังจากที่เคยไปเสริมดั้งมาแล้ว แต่ไม่เข้าที่เข้าทาง เพราะเกิดเหตุสุนัขชนซิลิโคนทะลุ ทำให้เธอต้องไปงัดดั้งออกโดยด่วน แต่ตอนนี้เลยกลับมา สวย เปรี้ยว ในลุคสาวผมสีทองสุดมั่นแล้วจ้า (ยังแอบแปลกตาอยู่นิด พอให้อภัยได้เนอะ)

4 มด ณปภัทร มาพร้อมจมูกใหม่ แต่ความแบ๊วลดลง
ติดตากับลุคใสๆ วัยรุ่นชอบของ มด ณปภัทร จนชิน พอเธอเริ่มโตเป็นผู้หญิงก็เพิ่มความสวยด้วยการไปอัพดั้งเพิ่มมาถึง 2 รอบ พร้อมคำวิจารณ์ต่างๆ นานา ทั้งสวยขึ้นบ้าง ไม่เข้ากับหน้าบ้าง บอกเลยว่าด้วยความที่น้องมดเป็นคนโครงหน้าเดิมสวยอยู่แล้ว เมื่อเพิ่มสันจมูกขึ้นมาเลยดูแปลกตาไปนิด ไม่ค่อยเข้ากับหน้าแบ๊วๆ เท่าไหร่ ว่าไหมคะ

5 ยิปโซ อริย์กันตา กับตาใหม่ที่ไม่หมวยเหมือนเดิม
ยิปโซ จากสาวลุคหมวย สวยสดใส เมื่อเธอตัดสินใจทำศัลยกรรม ดวงตาคู่ใหม่ แก้ไขปัญหาชั้นตาที่ไม่เท่ากัน จึงทำให้เธอหน้าเปลี่ยนทันตา กลายเป็นสาวตาโตหวานฉ่ำ ไม่ใช่สาวหมวยตาตี่คนเดิม บอกตรงๆ เราชอบหมวยๆ คนเดิมมากกว่าอ่ะ

ความชอบของคนเรานั้นไม่เหมือนกัน การทำศัลยกรรมเป็นเรื่องส่วนบุคคลล้วนๆ ไม่มีถูก ไม่มีผิด เพราะนอกจากความสวยที่ได้มาอย่างรวดเร็วทันใจแล้ว ยังเป็นการเพิ่มเสน่ห์ให้กับตัวเองด้วยเนอะ แต่ก่อนที่สาวๆ จะตัดสินใจทำศัลยกรรมส่วนใดของร่าง ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อน จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจทีหลังนะคะ

เปิดทำเนียบดาราชายศัลยกรรม

ดาราศัลยกรรม

แม้จะหล่อเหลาเพราะมีดหมอ แต่ก็ยังเป็นขวัญใจสาว ๆ จนต้องกรี๊ดสลบ จะมีใครกันบ้าง ตามมาดู…

1. ดีเจพุฒ พุฒิชัย

หากถามถึงดาราหนุ่มที่ทำศัลยกรรมจนหล่อเหลา ชื่อของพระเอกหนุ่มคนนี้คงมาเป็นอันดับแรก ๆ แต่บอกเลยว่าแค่ทำตามาเท่านั้น ! ที่เห็นหล่อเฟี้ยวแบบนี้เพราะดูแลตัวเองล้วน ๆ จ้า

2. เต้ย พงศกร

เนื่องจากปัญหาหนังตาไม่เท่ากัน เลยแก้ไขด้วยการทำศัลยกรรมตาสองชั้น งานนี้หล่อเข้มไปอีก

3. กันต์ กันตถาวร

พระเอกหนุ่มตี๋คนนี้ก็รับแมน ๆ ว่าเคยทำจมูกมาแล้ว หล่อขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยใช่ไหมล่ะ

4. บี้ KPN

ทั้งเคยจัดฟันและทำจมูก หน้าเป๊ะบวกกับหุ่นล่ำ ๆ ยิ่งทำให้สาว ๆ กรี๊ดสลบ

5. ป๊อป ฐากูร

พระเอกหน้าคมคนนี้ก็เคยทำจมูกมาแล้วถึง 2 รอบ เนื่องจากทำที่ไทยแล้วไม่โอเค จึงบินไปทำไกลถึงประเทศเกาหลีซะเลย

6. อ้วน เด่นคุณ

หนุ่มหล่อล่ำกล้ามโต ล่าสุดเพิ่งจะบินไปแก้จมูกใหม่ถึงเกาหลี แถมเมื่อหลายปีก่อนยังมีข่าวว่าโดนใบสั่งให้ทำศัลยกรรมอีกด้วยถึงได้หล่อเป๊ะอย่างทุกวันนี้ยังไงล่ะ

7. เชน ณัฐวัฒน์

เนื่องจากจมูกหักตอนถ่ายละครเมื่อหลายปีก่อน คุณหมอเลยศัลยกรรมจมูกให้ใหม่ หล่อเฟี้ยวกว่าเดิมซะอีกพ่อคู้ณ

8. ซี ศิวัฒน์

พระเอกจากวิกหมอชิตคนนี้ก็ยอมรับว่าตนเองหล่อขึ้นเพราะศัลยกรรมเช่นกัน โดยเฉพาะจมูกนี่โด่งสันเป็นคมรับกับใบหน้าจริง ๆ

9. อาร์ต พศุตม์

พระเอกกล้ามแน่นคนนี้ก็เคยไปทำศัลยกรรมแก้ตาตกมา งานนี้จากลุคแบดบอยเลยกลายเป็นพระเอกตาหวานไปเลย อิอิ

10. โอม อัชชา

เป็นอีกคนที่ยืดอกรับว่าไปขึ้นเขียงให้หมอเกาหลีตัดปีกจมูกและดึงใต้ตามา งานนี้ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าหล่อเป๊ะกว่าเดิมมาก

กล้าทำแล้วกล้ารับ เปิดอกแบบแมน ๆ แบบนี้สิถึงจะเรียกว่าพระเอกตัวจริงเสียงจริง

ติดตามบทความดีดีได้ที่ http://hbxingu.com

ดาราสาวช่อง7

นางเอกช่อง 7 รุ่นใหม่ สวยปัง ไม่น้อยหน้ารุ่นพี่

ดาราสาวช่อง7ดาราสาวช่อง7 ขณะที่นางเอกหลายคนผันตัวไปเป็นนักแสดงอิสระ แต่ทางช่องก็ยังปั้นนางเอกหน้าใหม่ขึ้นมาเรื่อยๆ โดยเฉพาะ นางเอกช่อง 7 เราไปดูกันดีกว่าว่านางเอกช่อง 7 รุ่นใหม่ๆ ตอนนี้มีใครกันบ้าง

-ฐิสา-วริฏฐิสา

เข้าวงการมาได้ 6 ปี และเพิ่งต่อสัญญากับทางช่องไปหมาดๆ เธอยืนยันว่ายังไม่ย้ายไปไหนแน่นอน แม้จะมีข่าวลือว่าเธอจะไปซบอกค่ายอื่นก็เถอะ ผลงานที่สร้างชื่อให้กับสาวฐิสาคือ บท อบเชย จากละคร ลูกผู้ชายไม้ตะพด , บท ม่านฟ้า จากละคร วันนี้ที่รอคอย และล่าสุดกับบท เจ้านางเรณุมาศ จากละครเรื่อง เพลิงพระนาง

-มุก-มุกดา

ถือเป็นนางเอกรุ่นใหม่มาแรงที่ความสวยแซงใครไปหลายโค้งจนคนคาดว่าทางช่องน่าจะปั้นเธอมาแทน ใหม่-ดาวิกา เพราะแค่ละครเรื่องแรกก็เป็นที่พูดถึงแล้ว กับบท ปารมี ใน ขมิ้นกับปูน แถมละครเรื่อง มัสยา ที่กำลังออนแอร์ก็โกยเรตติ้งได้มากโข เรียกว่ามาแรงจริงๆ

-พิม-พิมประภา

อดีตนักร้องค่ายกามิกาเซ่ จริงๆ เธอเข้าวงการตั้งแต่ 7 ขวบ พอโตขึ้นถึงไปเป็นนักร้อง แต่หลังจากออกจากค่ายเพื่อทุ่มเทให้กับการเรียน พิมกลับเข้าวงการการแสดงอีกครั้งในปี 2556 กับทางช่อง 7 และมีผลงานสร้างชือคือเรื่อง กาลครั้งหนึ่งในหัวใจ ซึ่งเรื่องนี้นอกจากจะประสบความสำเร็จในประเทศไทยแล้ว ยังโด่งดังไปถึงประเทศจีนอีกด้วย

-แพรว-เฌอมาวีร์

เริ่มเข้าวงการจากการแสดงภาพยนตร์มาก่อน และเริ่มแสดงละครให้กับช่อง 7 เรื่องแรกคือเรื่อง ชิงนาง ในปี 2555 จากนั้นเธอได้หายไป 3 ปีก่อนจะกลับมาแสดงเรื่อง เลือดตัดเลือด ในปี 2558 และหายไปอีก แต่ในปีนี้เธอมีละครถึง 2 เรื่องด้วยกันคือ น้ำเซาะทราย และ มายา อีกทั้งกำลังมีละครที่ถ่ายทำอยู่อีก 2 เรื่อง คือ เล็บครุฑ และ พ่อมดเจ้าเสน่ห์

-พระพาย-รมิดา

เพิ่งเล่นละครไปเรื่องเดียวเท่านั้น คือเรื่อง เกิดเป็นกา แต่ก็มีคนพูดถึงไม่น้อยเลย เพราะเรื่องนี้ดราม่าสุดๆ และตอนนี้เธอก็เพิ่งบวงสรวงเปิดกล้องละครเรื่อง ดอกหญ้าในพายุ ไปด้วยนะ

-มะเหมี่ยว-พรชดา

ดีกรี Miss Teen Thailand 2013 มีหลายคนบอกว่าเธอเหมือน ปู-ไปรยา มากๆ จนอาจจะถูกปั้นมาให้แทนปูก็ได้ เธอมีผลงานละครเรื่องแรกในปี 2558 ซึ่งบท เพ็ญโพยม จากเรื่อง พญาโศก เป็นบทบาทที่ทำให้คนรู้จักเธอมากขึ้น หลังจากนั้นเธอก็มีผลงานละครอีกหลายเรื่องตามมา และเรื่องที่ทำให้คนคาดหวังกับฝีมือการแสดงของเธอคือเรื่อง แม่อายสะอื้น

-โบว์-เมลดา

อดีตนักร้องค่ายกามิกาเซ่ เจ้าของตำแหน่ง Thai Supermodel 2013 เล่นละครเรื่องแรกคือเรื่อง ใยกัลยา ในบท หอมน้ำ ซึ่งทำให้เธอเป็นที่รู้จัก ต่อมาคือบท ละเมียน ในละครเรื่อง คาดเชือก และบท โนราห์ จากละครเรื่อง โนราห์ เรียกว่าแม้จะผ่านละครมาไม่กี่เรื่อง แต่ก็เป็นที่จดจำทุกเรื่องเลย

-นาว-ทิสานาฏ

เล่นภาพยนตร์มาก่อน ก่อนที่จะเข้าวงการละคร โดยละครเรื่องแรกของเธอคือ หอบรักมาห่มป่า ส่วนผลงานสร้างชื่อคือบท เนื้อทอง จากเรื่อง อาญารัก, บท น้อย จากเรื่อง คมพยาบาท , บท ปริตา จากเรื่อง กุหลาบเล่นไฟ , บท จันกะพ้อ จากเรื่อง อตีตา และบท ดอกสร้อย จากเรื่อง สาปดอกสร้อย

ดาราสาวช่อง7 ย้อนอดีต พีค-ภัทรศยา ขวัญใจวัยรุ่น สู่นางเอกดาวรุ่งช่อง 7

ดาราสาวช่อง7

ตอนนี้ถือว่า พีค-ภัทรศยา เป็นนางเอกดาวรุ่งของช่อง 7 เลยก็ว่า เพราะเพิ่งเซ็นสัญญาเข้าช่องไปได้ไม่นานก็มีละครให้เห็นติดๆ กันเลยทีเดียว แล้วจำได้มั้ยว่าก่อนที่เธอจะมาเป็นนางเอกให้ช่อง 7 เธอมีผลงานอะไรมาแล้วบ้าง ถ้าจำไม่ได้ สุดฯ จะพาย้อนอดีตไปดูกัน

พีคแจ้งเกิดจากภาพยนตร์เรื่อง สายลับจับบ้านเล็ก ในภาพลักษณ์เซ็กซี่ปนน่ารัก บทบาทนี้ทำให้เธอโด่งดังเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ในทันที และทำให้ภาพลักษณ์เซ็กซี่ติดตัวเธอไปด้วย ในปีต่อมา พีคเล่นภาพยนตร์เรื่อง รัก/สาม/เศร้า ซึ่งเป็นเรื่องราวความรักที่ไม่สมหวังของเพื่อนรักสามคน ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ยิ่งทำให้เธอเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น

จากนั้นเธอจึงหันมาจับงานละครบ้าง โดยละครเรื่องแรกๆ ที่สร้างชื่อให้เธอคือ อุบัติรักข้ามขอบฟ้า ที่เล่นกับ กอล์ฟ-พิชญะ , ไมค์-พิรัชต์ และ เต้ย-จรินทร์พร กลายเป็นละครที่โดยใจวัยรุ่นจนต้องสร้างภาค 2 ออกมาในปีถัดไปเลยทีเดียว

หลังจากนั้นพีคก็มีงานละครเรื่อยๆ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นซิตคอมและละครชุด ซึ่งละครชุดที่เธอเล่นยาวนานที่สุดคือ เซน…สื่อรักสื่อวิญญาณ ที่มีตั้งแต่ปี 2551 – 2558

พีคกลับมาโด่งดังสุดๆ อีกครั้งจากบท แนตตี้ หรือ อีแหนด จากซีรี่ส์ ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ เธอเป็นเพื่อนสาวเพียงคนเดียวในเพื่อนกลุ่มตุ๊ด คาแร็คเตอร์ของเธอโดดเด่น น่าเอ็นดู และน่าหมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน ทำให้เธอกลายเป็นขวัญใจของแฟนคลับบันทึกของตุ๊ดไปโดยปริยาย

ล่าสุดพีคได้เซ็นสัญญากับทางช่อง 7 เป็นเวลา 3 ปี และละครเรื่องแรกหลังจากเซ็นสัญญาคือ โซ่เสน่หา เล่นคู่กับ พอร์ช-ศรัณย์ บอกได้เวลาว่าฉุดเรตติ้งให้พุ่งพรวดเลยทีเดียว และกระแสตอบรับดีค่อนข้างมาก

และล่าสุดกับซีรี่ส์ชุด ภารกิจรัก ที่เธอได้ปรากฏตัวในเรื่องแรกเลยคือ เหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน เป็นแพทย์อาสาสาวสวยผู้ซึ่งถูกผู้ร้ายจับตัวไป จึงเป็นเหตุให้นายทหารหนุ่มสุดหล่ออย่าง เวียร์-ศุกลวัฒน์ ต้องปฏิบัติการช่วยเหลือ และเกิดเป็นความรักในที่สุด เรื่องนี้ปังและกำลังเข้มข้นอยู่เลยทีเดียวเชียวนะ ดูแล้วแอบอยากเป็นสะใภ้กองทัพบกขึ้นมาเบาๆ

เรียกว่าพอย้ายช่องมาปุ๊บ เธอลบคำครหาของคนที่คิดว่าจะแป้กได้เลยทีเดียวเชียว เพราะปังมากกว่าเมื่อก่อนหลายเท่า แถมมีงานไม่ขาดสาย เชื่อว่าตลอดระยะเวลาที่เธออยู่กับสังกัดใหม่ จะต้องมีละครดีๆ ออกมาให้ดูกันอีกหลายเรื่องแน่นอน แฟนคลับสาวพีคเตรียมเกาะจอได้เลย

นางร้ายช่อง7 ยุค4.0

ดาราสาวช่อง7

ศึกละครที่ว่าแซบของทุกช่องในยามนี้ แอบเห็นนางร้ายวงการละครไทย งานดี๊ดี ทั้งสวยทั้งร้ายแล้วต้องชื่นชม แต่ละเรื่องถ้านางร้ายเล่นถึง รับประกันได้ว่า ละครมันทะลุจอ ฉากใกล้ชิดกับพระเอกมีมากกว่านางเอกเสียอีกในบางเรื่อง โดยเฉพาะนางร้ายของละครไทย ยุค 4.0 บอกคำเดียวว่าเด็ด เผ็ชและแรงหลายเบอร์ ไปแอบส่องดูกันว่านางร้ายช่อง7 ยุค4.0 นี้ มีใครกันบ้าง

-เบ็นซ์ ปุณยาพร พูลพิพัฒน์ นางร้าย นางเอก บทแม่ รับเล่นมาหมดแล้ว และเธอตีบทแตกได้ทุกบทบาทไม่เคยเกี่ยง เบ็นซ์เล่นร้ายในละครละอองดาว ปะทะ นาว ทิสานาฏ ศรศึก และได้ประกบ อ๋อม อรรคพันธ์ นะมาตร์ และเบ็นซ์กำลังจะลงจออีกครั้งกับบทร้ายในละคร “วังนางโหง” ที่จะออกอากาศทางช่อง 7 เร็วๆนี้

-โม อมีนา พินิจ นางร้ายใส่เต็ม กับละครนายฮ้อยทมิฬ ที่เธอเล่นพูดภาษาอีสานด้วย โมเป็นนางร้ายของช่อง 7 ที่รับเล่นร้ายได้หลากหลาย และมีละครต่อเนื่อง และเป็นนางร้ายขวัญใจสาวหล่อ และมีชีวิตความรักที่สดใสซาบซ่าสำหรับนางร้ายหน้าสวยคนนี้

-หยก ธัญยกันต์

นางร้ายแซบเวอร์ ร้ายถึงใจถึงอารมณ์เลยทีเดียว หยก เริ่มทำงานในวงการบันเทิงเมื่ออายุ 13 ปี ด้วยการเป็นนางแบบถ่ายปกนิตยสารวัยรุ่น มีผลงานถ่ายโฆษณาหลายชิ้น และประสบความสำเร็จจากการประกวดนางงามและนางแบบหลายเวที ในปี 2549 มีผลงานเด่น ที่ประสบความสำเร็จและสร้างชื่อเสียงเป็นอย่างมาก หยกเป็นที่รู้จักในวงกว้างจากการรับบท “คุณมิลค์” ในภาพยนตร์เรื่อง “หนูหิ่น เดอะมูฟวี่”และด้วยการรับบทที่หลากหลายแตกต่างกันในแต่ละเรื่องทั้งบทดีและบทร้าย ทำให้ธัญยกันต์มีผลงานด้านการแสดงอย่างต่อเนื่องและมักประสบความสำเร็จจากการสวมบทร้ายในปี 2557 ละครที่ประสบความสำเร็จและสร้างชื่อเสียงเป็นอย่างมาก คือเรื่อง คมพยาบาท

-คะน้า ริญญารัตน์

ที่ใคร ๆ ก็ยกฉายานางร้ายปากเจ่อให้ และเพราะปากสวย ๆ แบบนี้นี่แหละ ทำให้ “คะน้า” ยิ่งฮอต ยิ่งเซ็กซี่ขึ้นเรื่อย ๆ ถึงจะเป็นนางร้ายน้องใหม่แต่ดีกรีความเผ็ดไม่แพ้นางร้ายรุ่นพี่เลย นั้น คะน้าเข้าสู่วงการบันเทิง โดยการชักชวนจาก พงษ์พัฒน์ พัชรวีระพงษ์ (เป๊ปซี่) โดยในช่วงนั้นเปิดรับสมัครนักแสดงทางช่อง 7 โดยคะน้าได้สมัครทางอินสตาแกรม ได้รับอนุมัติทางช่อง 7 อีก 2 วัน ก่อนสมัคร โดยได้แสดงละครเรื่องแรกคือ คู่วุ้นลุ้นแผนรัก เมื่อต้นปี 2559 ถือว่าได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี บอกเลยว่าเธอเป็นนางร้ายสวยแซ่บมากความสามารถอีกคนเลยก็ว่าได้

ติดตามบทความดีดีได้ที่ http://hbxingu.com

ดาราช่อง3หญิง

ดาราสาวสวย ย้ายมาช่อง3 ดังเปรี้ยง เรตติ้งดีกว่าเดิม!

ดาราช่อง3หญิง

ดาราช่อง3หญิง  ดาราย้ายค่าย-ย้ายช่อง แต่ละครั้ง เป็นกระแสดราม่าทุกที บ้างย้ายไปแล้วแป้กบ้าง ปังบ้าง ดังกว่าเดิมก็มีให้เห็นกันถมเถไป อย่างดาราสาวสวยที่เรานำมาให้ดูในวันนี้ เลือกบ๊ายบายค่ายเก่า เซ็นสัญญาค่ายใหม่  ซบอกช่อง3 วัดฝีมือการแสดงเน้นๆ จนดังเปรี้ยงปังราวกับเกิดใหม่ เรตติ้งพุ่งทะยานเอาช้างฉุดก็ไม่อยู่ จะมีใครกันบ้างมาดูกันได้เลยค่ะ

1. ชมพู่ อารยา

กว่าคุณแม่ชมจะดังเปรี้ยงขนาดนี้ เคยเตาะแตะวัยละอ่อนมาจากช่อง 7 ใสๆ ในละครเพลงอย่าง “หมอลำซัมเมอร์” ก่อนหมดสัญญาแล้วหันไปซบอกช่อง 3 หลังจากนั้นก็แจ้งเกิดโรงเรียนมาลีนนท์ ในบท “เรยา” ในละครดอกส้มสีทอง ที่แฟนดาราคนไหนก็ต้องรู้จัก และคุณแม่ก็พุ่งทะยานแล้วดัง เรตติ้งกระฉูด ไปเดินเมืองคานส์ รับงานพรีเซนเตอร์เพียบ

2. นุ่น วรนุช

นางเอกเบอร์หนึ่งที่เคยอยู่ในสัญญาของช่อง 7 สี ที่ได้เล่นบทนางเอกสวยๆ มาตลอด จนหมดสัญญาช่องก็ไม่ขอเซ็นสัญญาต่อ และประกาศรับงานเป็นนักแสดงอิสระคือช่องไหนจ้างก็ไป จนได้แจ้งเกิดกับการพลิกบทบาทครั้งใหญ่ในบท “ลำยอง” จากละคร “ทองเนื้อเก้า” ของทางช่อง 3 และอีกผลงานที่เพิ่งผ่านไปได้ซักพักกับ “คุณอุบล” ในละครพิษสวาท ฉายแววอัจฉริยะจนขึ้นแท่นเป็นนักแสดงสาวมากฝีมือคนหนึ่งของวงการไปเป็นที่เรียบร้อย

3. ใหม่ ดาวิกา

นางเอกพันล้านอีกท่าน ที่ตอนอยู่ช่อง 7 รัศมีซุปตาร์ไม่ฉายแววเท่าไหร่ ผลงานกลางๆ จนกระทั่งผันตัวไปเล่นหนัง “พี่มาก…พระโขนง” จนขึ้นแท่นนางเอกพันล้าน หลังจากนั้นงานรุมจีบเพียบ โกร์อินเตอร์ไปถึงประเทศเพื่อนบ้าน จนล่าสุดก็ได้เซ็นสัญญากับทางช่อง 3 ซึ่งคาดว่าจะมีงานละครประกบคู่ดาราดังอีกเพียบ ที่น่าจับตามองสุดๆ

4. จุ๋ย วรัทยา

นางเอกมากฝีมือของกันตนา ที่ฝากผลงานการแสดงกับช่อง 7 ไว้มากมาย แต่กระแสก็ยังกลางๆ ไม่เปรี้ยงมากนัก จึงตัดสินใจย้ายมาช่อง 3 จนสามารถฟาดฟันพลิกคาแร็กเตอร์แรงส์!! ในบท “สายน้ำผึ้ง” จากสามีตีตรา ที่ตีบทได้แตกกระจุย เล่นได้ร้ายไม่เสียดายลุคนางเอกเลยแม้แต่น้อย นี่แหละนักแสดงตัวจริงที่ไม่ว่าบทบาทไหน ก็ต้องเล่นออกมาให้เต็มที่ที่สุด

5. เชียร์ ฑิฆัมพร

อดีตดาราที่โลโก้ช่อง 7 แทบจะแปะหน้ามานาน หลังหมดสัญญาก็รับงานแสดงอิสระอยู่ซักพัก ก็หันไปซบไหล่กับช่อง 3 เปิดประเดิมละครเรื่องแรกได้อย่างสวยงามกับ “The Cupids บริษัทรักอุตลุด ตอน ซ่อนรักกามเทพ” ที่ Feedback ดีเกินคาด แฟนๆ ต่างชมว่าเล่นได้น่ารัก เคมีคู่พระนางเข้ากันสุดๆ เรียกได้ว่าเหมือนกลับมาเกิดใหม่อีกครั้งเลยสำหรับสาวเชียร์

ดาราช่อง3หญิง  ยิ่งดันเท่าไร ยังไงไม่ดัง

ดาราช่อง3หญิง

วงการบันเทิงสมัยนี้อยู่ยาก แต่เข้ามาง่ายมาก เพียงแค่มีโซเชียลอยู่ในมือ และมีคนกดติดตามจำนวนมาก ก็สามารถเป็นเน็ตไอดอลได้ ยิ่งถ้าใครมีหน้าตาสวยหล่อน่ารักเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งมีราคามีภาษีมากกว่าเดิม สามารถเข้ามาโลดแล่นในวงการบันเทิงได้อย่างง่ายดาย พากันแจ้งเกิดไม่เว้นแต่ละวัน แต่ไม่ใช่ว่า ดวงดาวทุกดวงจะเจิดจรัส พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าได้อย่างง่ายดาย เส้นทางสู่ความสำเร็จไม่ได้มาง่ายๆ บางคนต้องใช้เวลากว่าจะเจอบทที่ใช่ พบช่วงเวลาที่เหมาะ และเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป เหมือนกับดาราดาวรุ่งดังต่อไปนี้ ที่แจ้งเกิดมาได้สักพัก แต่ยังคงติดอยู่ในกลุ่มดาวรุ่ง..ความเสี่ยง เสี่ยงเกิด..เสี่ยงดับ แบบน่าเสียดายความสวยหล่อ แต่เชื่อว่าทางช่องหรือต้นสังกัดพยายามผลักดันอย่างเต็มที่และรอเวลาที่ใช่…

-มิว ลักษณ์นารา

เข้าวงการมาเกือบ 7 ปีแล้ว แถมยังติดโลโก้ เอ ศุภชัย แต่น่าเสียดายเหลือเกิน ฝีมือการแสดงของสาวน้อยน่ารักที่ศักยภาพเพียงพอจะขึ้นแท่นเป็น นางเอกแถวหน้า อย่าง สาวมิว ลักษณ์นารา แม้หลายๆ คนจะจดจำเธอได้จากบท นางเงือก ในละคร รักนี้หัวใจมีครีบ ทั้ง 2 ภาค แต่กลับถูกลืม เมื่อได้รับบทใหม่ๆ แต่ก็ยังดีที่ทางช่องคงป้อนงานอยู่เรื่อยๆ แม้ตอนนี้จะกลายเป็น เจ้าแม่ละครเย็น คนใหม่ไปแล้วก็ตาม

-ริชชี่ อรเณศ

เจอการรับน้องแบบหนักหน่วง เพราะประเดิมผลงานแรกในหนัง คู่กรรม ประกบซุป’ตาร์ ณเดชน์ คูกิมิยะ ทำเอาถูกวิจารณ์เละทั่วบ้านทั่วเมือง เมื่อครั้งชิมลางละครเรื่องนี้ สวยร้ายสายลับ คู่ บอม ธนิน ก็ถูกขนานนามว่า “พระนางท่อนไม้” เรียกได้ว่า สาวริชชี่ แทบหมดกำลังใจในวงการบันเทิงเลยทีเดียว แต่เชื่อว่า ใบหน้าสวยๆ ออร่าผ่องๆ ของเธอผู้นี้ ต้องมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ ไม่เช่นนั้น..ผู้จัดการดาราแถวหน้า เอ ศุภชัย คงไม่ดึงเข้าสังกัดแน่นอน แม้ว่าใครๆ ก็ยังไม่ค่อยไว้วางใจสาวคนนี้ แต่ก็ยังมีโอกาสอยู่เสมอ และทางช่องก็ป้อนงานละครให้เรื่อยๆ

-มารี เบิร์นเนอร์

เป็นอีกหนึ่งสาวที่เข้าวงการมาก็ได้รับบทนางเอกเลย สำหรับสาว มารี เบิร์นเนอร์ กับละครเรื่องแรก สามหนุ่มเนื้อทอง ซึ่งในช่วงแรกดูเหมือนเธอกำลังไปได้สวย เป็นที่กล่าวถึงและเริ่มรู้จัก เหล่าบรรดาผู้จัดเลยป้อนละครให้ตามมาเรื่อยๆ ตั้งแต่เรื่อง แววมยุรา รักคุณเท่าฟ้า แม่เปียดื้อ กุหลาบซ่อนกลิ่น แต่ดูเหมือนภาพนางเอกจะไม่เป็นที่พูดถึงสักเท่าไร ในที่สุดเธอจึงตัดสินใจยกสัญญากับช่อง 3 ทั้งๆ ที่ทางช่องเตรียมจะดันเธอเต็มที่ และผันตัวไปเป็นนักแสดงอิสระแทน พร้อมกับโฟกัสเรื่องเรียนมากขึ้น หลังจากหายหน้าไปพักใหญ่ สาวมารีก็กลับเข้าสู่วงการอีกครั้ง พร้อมกับหน้าอกหน้าใจใหม่ที่ยอมรับว่าไปอัพไซส์เพื่อช่วยในการทำงาน และเริ่มงานละครเรื่องใหม่ในฐานะนักแสดงอิสระกับเรื่อง หน้ากากนางเอก กรุงเทพ…มหานครซ้อนรัก ชิงรัก ริษยา แม้จะย้ายช่องหรือผันตัวเป็นนักแสดงอิสระ แต่ชื่อของมารีก็ยังไม่ดังพอที่จะติดอันดับนางเอกระดับต้นๆ ได้…

-แคทเธอรีน ณิชารัตน์ มอร์สัน
สาวหน้าฝรั่ง..แต่คมเข้ม หรือที่รู้จักกันในนาม “แคท ตฤณญา” แอบช้ำใจกับเส้นทางการแสดงของสาวคนนี้ ที่เคยแจ้งเกิดสุดๆ กับละครชุด “The Sixth Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ” ทั้ง 2 ภาค (2555-2556) แม้จะได้รับบทบาทที่โดดเด่น แต่กระแสละครไม่ค่อยเปรี้ยงปร้างสักเท่าไหร่ สาวแคท ยังพอได้เห็นหน้าตา เมื่อได้รับโอกาสในละคร “สะใภ้สายลับ” แต่เรื่องล่าสุดอย่าง “มือปราบสายเดี่ยว” เกือบจะกลายเป็นละครในโหลดอง ไม่มีคิวออกอากาศสักที แม้ว่าล่าสุดจะเป็นหนึ่งในแคสติ้งละครฟอร์มดีอย่าง “บ่วงอธิฏฐาน” ในปีหน้า แต่ สาวแคท กลับได้รับบทนางร้ายเสียแล้ว…

-คริสซี่ กฤษณ์สิรี
อีกหนึ่งสาวน่ารักๆ จากวิก 3 พระราม 4 ที่ค่อนข้างจะถูกลอยแพ เพื่อนๆ รุ่นเดียวกันเริ่มแซงหน้ากันไปหมด แจ้งเกิดจาก ละครชุด “The Sixth Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ” ทั้ง 2 ภาค (2555-2556) แม้จะมีบทบาทที่คนจดจำได้ แต่กลับไม่ได้รับการสานต่อเรื่องผลงาน ล่าสุดเพิ่งเห็นไปหยกๆ ใน “ใต้เงาจันทร์” แต่ก็ยังไม่พลังเพียงพอที่จะทำให้ สาวคริสซี่ เข้าไปครองใจบรรดาผู้จัดละครได้…โปรดให้โอกาสเธอด้วย

-พรีม รณิดา
อีกหนึ่งสาวที่น่าจะมีแววเป็น นางเอกแถวหน้า ของช่องได้ ก็คงจะเป็น สาวพรีม ที่เคยแจ้งเกิดสุดๆ จากละครชุด “สุภาพบุรุษจุฑาเทพ” ต่อมายังมีผลงานเรื่อยๆ อย่าง “สามี” หรือ “สามใบไม่เถา” แต่ดูเหมือนว่ากระแสนิยมของสาวคนนี้จะยังไปไม่ถึงดวงดาวสักเท่าไหร่แต่เชื่อว่า ดาวดวงใหม่ใกล้จะเจิดจรัส เพราะทางช่องก็ไว้วางใจ ส่งบทละครดีๆ ให้ สาวพรีม อยู่เรื่อยๆ ไม่แน่..เร็วๆ นี้อาจจะเป็นเวลาของเธอผู้นี้ก็ได้ เพราะยังมีละครเด็ดๆ ถึง 2 เรื่อง “ทางผ่านกามเทพ” และ “เดือนประดับดาว” จ่อคิวออนแอร์ให้ได้พิสูจน์กัน เอ้า…เป็นกำลังใจให้สาวคนนี้แล้วกัน

ติดตามบทความดีดีได้ที่ http://hbxingu.com

ดาราลูกครึ่ง

ดาราสาวลูกครึ่งหน้าเป๊ะ ลุคไทยก็เลิศ อินเตอร์ก็แซ่บ!

ดาราลูกครึ่ง

ดาราลูกครึ่ง ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าทุกวันนี้ในวงการบันเทิงไทยมีดาราที่เป็นลูกครึ่ง ไทย-ต่างชาติเข้ามาสร้างสีสันให้วงการบันเทิงอยู่หลายราย และด้วยความที่เป็นลูกครึ่งก็ทำให้ดูมีความสวยที่โดดเด่นในอีกแบบหนึ่งที่แตกต่างจากดาราหน้าไทยแท้ ซึ่งดาราลูกครึ่งหลายๆ รายนั้นก็มีโอกาสได้รับบทที่หลากหลาย รวมถึงงานที่หลายแนวมากขึ้น เนื่องจากใบหน้ารับกับทั้งสไตล์ไทยๆ และลุคอินเตอร์ งานนี้ก็ทำให้พวกเธอนั้นดังและฮอตมากขึ้น

เริ่มที่ดาราสาวแฟชั่นนิสต้าเบอร์ต้นๆ ของวงการบันเทิง สำหรับสาว “ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต” เธอเป็นลูกครึ่งไทย-อังกฤษ เนื่องจากคุณพ่อ “เจมส์” เป็นคนอังกฤษ โดยเธอเข้าวงการจากการประกวด “มิสมอเตอร์โชว์” และมีโอกาสได้แสดงฝีมือทางการแสดงหลายต่อหลายเรื่อง อีกทั้งเธอยังมีโอกาสได้ถ่ายแบบชุดไทย พร้อมทั้งได้รับเกียรติให้ขึ้นเรือสุพรรณหงส์งานเฉลิมฉลอง 5 ธันวามหาราช ซึ่งเธอนั้นก็อยู่ในชุดไทยงามสง่า ส่วนในเรื่องของลุคอินเตอร์แทบจะไม่ต้องอธิบายมากนัก เพราะเธอได้ไปร่วมเดินพรมแดงงานเทศกาลหนังเมืองคานส์มา 4 ปีซ้อนแล้ว

ต่อมากับนางเอกสาวแถวหน้าของวงการบันเทิงที่ขึ้นแท่นเป็นซุป’ตาร์สาวด้วยวัยเพียง 20 ต้นๆ อย่าง “ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์” โดยเธอเป็นลูกครึ่งไทย-นอร์เวย์ ซึ่งเชื้อต่างชาติได้มาจากฝั่งคุณพ่อ เธอเริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงตั้งแต่อายุ 12 ด้วยงานโฆษณา และเชื่อว่าแฟนๆ ของเธอมักจะเห็นเธอบินกลับไปเยี่ยมบ้านที่นอร์เวย์อยู่บ่อยๆ ในช่วงวันหยุดพักผ่อนยาวๆ ส่วนเรื่องงานนั้นเธอมีโอกาสได้ใส่ชุดไทยเล่นละคร เช่น ล่าสุดกับเรื่อง “หนึ่งในทรวง” รวมทั้งงานถ่ายแบบ แต่อีกลุคสุดปังแบบอินเตอร์เธอก็ไม่มีพลาด โชว์ความสวยโดนใจแฟนคลับต่างชาติไปหลายรายเลยทีเดียว

อีกสาวเพื่อนซี้ของ “ญาญ่า อุรัสยา” อย่างดาราสาวลูกครึ่งไทย-เยอรมัน สาว “คิมเบอร์ลี แอน เทียมศิริ” ซึ่งเธอเป็นที่รู้จักในวงการบันเทิงจากงานละครทางวิกพระราม 4 ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีโอกาสได้เห็นเธอใส่ชุดไทยแบบเต็มๆ ในงานละคร แต่เธอก็เคยใส่ชุดไทยเดินแบบ และเธอนั้นสวยโดดเด่นมากๆ ในงานรำลึกรัตนโกสินทร์ 230 ปี ส่วนทางด้านลุคอินเตอร์เธอก็จัดเต็ม เพราะถ่ายแฟชั่นครั้งไหนเธอก็เกิดทุกครั้ง

จะไม่พูดถึงอีกหนึ่งสาว “แก๊งล่ม” ก็คงจะไม่ได้ สำหรับ “มาร์กี้ ราศรี บาเล็นซิเอก้า” ดาราสาวขาสวยลูกครึ่งไทย-สเปน โดยเธอได้เชื้อมาจากทางคุณพ่อของเธอ ซึ่งเธอนั้นเป็นอีกคนที่แฟนๆ ชื่นชอบเมื่อใส่ชุดไทย เธอโกยคำชมจากการใส่ชุดไทยโชว์ความสวยในฉากแต่งงานให้แฟนๆ ได้เห็น อีกทั้งเธอยังมีโอกาสได้ใส่ชุดไทยในหลายยุคสมัย และช่างรับกับใบหน้าของเธอจริงๆ เพราะไม่ว่าจะชุดไหนก็สวยงาม ส่วนลุคอินเตอร์เธอก็เอาอยู่ ดูแซ่บไม่แพ้ใครเช่นกัน

มาถึงคิวนางเอกพันล้าน “ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่” เธอเป็นลูกครึ่งไทย-เบลเยี่ยม โดยมีเชื้อลูกครึ่งมาจากทางคุณพ่อ สาวใหม่มีโอกาสได้เล่นละครที่ต้องแต่งชุดไทยอยู่หลายเรื่อง เช่นเรื่องที่ใครๆ ก็รู้จักอย่าง “พี่มาก…พระโขนง” หรือละครสุดหลอนเรื่อง “นางชฎา” ก็เป็นการคอนเฟิร์มว่าหน้าตาของเธอนั้นสามารถแต่งชุดไทยดูสวย 10 คะแนนเต็ม รวมไปถึงงานถ่ายแบบที่เป็นที่ยอมรับว่าเธอเป็นลูกครึ่งที่ใส่ชุดไทยแล้วโดนใจแฟนๆ มาก ส่วนลุคอินเตอร์เธอก็สวยแซ่บไม่แพ้ใคร ล่าสุดก็มีโอกาสไปร่วมงาน Event ณ เมืองคานส์ 2016 มาแล้ว

ถัดมากับนางเอกตัวท็อปของวงการบันเทิงไทย “ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์” ต้องบอกว่าเธอนั้นมีเชื้อหลายชาติ เนื่องจากคุณพ่อของเธอเป็นลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ส่วนคุณแม่เป็นลูกครึ่งไทย-มอญ-แขกขาว ทำให้เธอนั้นดูสวยเข้ากับทุกลุคเลยจริงๆ ไม่ว่าเธอจะใส่ชุดไทยถ่ายแบบก็ดูเหมือนว่าแฟนๆ คงจะเหมายกแผง ส่วนลุคอินเตอร์ไม่ต้องพูดถึง เพราะความสวยชนะขาดลอย สวยจนผู้หญิงด้วยกันยังหลงเลยก็ว่าได้

ต่อมากับนางเอกสาว “เบลล่า ราณี แคมเปน” ลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ที่พกความสวยแบบ 2 ลุคมาคว้าใจแฟนๆ ซึ่งละครเรื่องที่ทำให้เธอเป็นที่รู้จักจาก “คุณชายพุฒิภัทร” ก็มาแนวพีเรียดย้อนยุค แต่ใบหน้าของเธอก็ยังเกิดกับบทแนวนี้ อีกทั้งตอนนี้เธอกำลังถ่ายทำละครีเรียดย้อนยุคเรื่อง “บุพเพสันนิวาส” ซึ่งก็เป็นการพิสูจน์ให้เห็นกันชัดๆ ว่าเธอนั้นสามารถใส่ชุดไทยได้สวยสง่าไม่แพ้สาวไทยแท้ อีกทั้งเธอยังเปลี่ยนเป็นลุคอินเตอร์ได้ง่ายๆ เพราะมีความเปรี้ยวแซ่บซ่อนอยู่เหมือนกัน

ปิดท้ายกันที่นางเอกลุคนางฟ้า “ริต้า ศรีริต้า เจนเซ่น” เธอเป็นลูกครึ่งไทย-เดนมาร์ก เนื่องจากคุณพ่อของเธอเป็นคนเดนมาร์ก เธอจึงเป็นนางเอกแถวหน้าที่ถูกยกว่าเป็นลูกครึ่งที่ใส่ชุดไทยแล้วสวยที่สุด ด้วยความที่มีใบหน้าแบบอินเตอร์แต่ยังไม่ทิ้งสไตล์ความเป็นไทย ทำให้เธอนั้นเป็นที่นิยมเวลาแต่งชุดไทย และถูกเลือกให้ถ่ายแบบชุดไทยอยู่บ่อยครั้ง ด้านลุคอินเตอร์เธอแค่ทำหน้านิ่งๆ เชิดๆ ก็ปังสุดพลังแล้ว

ดาราลูกครึ่ง (ชาย) คลื่นลูกใหม่ เห็นแล้วอยากยกตับอ่อนให้เธอ

ดาราลูกครึง

ในส่วนของดาราชายไทยเรามีมากมายหลายคนค่ะ บางคนหน้าคมเป็นไทยแท้ บางคนหน้าฝรั่งลูกครึ่ง หรือบางคนก็ตาตี่เป็นอาตี๋อาหมวย เรียกว่าไม่ว่าหยิบยกนิยายเรื่องไหนมาทำละคร เราก็มีดาราให้เลือกตามบทประพันธ์มากมายค่ะ ดาราชายลูกครึ่งสุดแซ่บที่เป็นคลื่นลูกใหม่ของวงการกันค่ะ ลองดูซิว่าจะแซ่บสะท้านทรวงแม่ยกทั้งหลายหรือไม่

1. มิกค์ ทองระย้า

พระเอกคลื่นลูกใหม่ของช่อง 7 คนนี้เป็นลูกครึ่งไทย-เดนมาร์กค่ะ มิกค์มีอีกหนึ่งชื่อว่า แดเนียล เริ่มเข้าสู่วงการจากการประกวดค้นหานักแสดงหน้าใหม่ Dream Star Search 2008 ด้วยรางวัลชนะเลิศ ต่อมาในปี 2552 มิกค์ก็ได้เข้าประกวดโครงการค้นหานักแสดงนำของช่อง 7 และก็ได้รับรางวัลชนะเลิศอีกครั้งค่ะ ทำให้มิกค์ได้เซ็นสัญญาเป็นนักแสดงในสังกัดวิกหมอชิตไปในที่สุด ช่วงแรกๆ ของการเล่นละครมิกค์จะได้รับเล่นบทร้ายซะเป็นส่วนใหญ่ จนกระทั่งมาในปี 2557 มิกค์ถึงเริ่มได้รับโอกาสให้ได้เล่นบทพระเอกเต็มตัวในเรื่อง “ลูกผู้ชายพันธุ์ดี” และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้มิกค์ได้ขึ้นแท่นกลายเป็นพระเอกลูกครึ่งสุดฮอตไปในที่สุดค่ะ

2. อเล็ก เรนเดลล์

นักแสดงสังกัดช่อง 3 ที่คุ้นหน้าคุ้นตาคนนี้ เป็นลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ค่ะ อเล็กซ์เกิดที่อินโดนีเซีย เพราะพ่อเป็นเชฟอยู่ที่นั่น จนอายุ 4 ขวบ จึงได้ย้ายมาอยู่ประเทศไทยค่ะ ผลงานที่ทำให้ อเล็กซ์ กลายเป็นที่รู้จักมาจากเรื่อง สุดแต่ใจจะไขว่คว้าในบท พัฒนะ ลูกชายที่ถูกลืมแถมพ่อก็ไม่รัก ถือได้ว่าเรื่องนี้เป็นผลงานแจ้งเกิดสำหรับอเล็กซ์เลยล่ะค่ะ เพราะได้รับคำชมมากทีเดียวจากบทบาทของเรื่องนี้ แต่ในช่วงหลังๆ มานี้ อเล็กซ์ ได้หันมาเล่นบทร้ายแต่ถือเป็นการพลิกบทบาทที่ทำให้เข้าตาอย่างมาก จนได้รับฉายาว่าแย่งซีนนักแสดงคนอื่นไปเลยค่ะ

3. หลุยส์ เฮสดาร์ซัน

ลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศสเข้าสู่วงการบันเทิงโดยการเล่น MV ต่อมาได้เซ็นสัญญาเป็นนักแสดงช่อง 7 โดยละครเรื่องแรกที่หลุยส์ได้ถูกรับเชิญให้ไปเล่นบทร้ายในช่วงท้ายก็เรื่องคือ นักสู้มหากาฬ ซึ่งหลุยส์ก็ยังได้เล่นละครต่อมาอีกหลายเรื่องเช่น เหนี่ยวหัวใจสุดไกปืน จนมาขึ้นแท่นเป็นพระเอกเต็มตัวในเรื่อง หักลิ้นช้าง ต้องบอกว่า หลุยส์เล่นได้ดีมาก เมื่อบวกกับหน้าตาที่หล่อ และดูดีมากๆ ก็ได้ส่งผลให้หลุยส์กลายเป็นพระเอกลูกครึ่งสุดฮอตที่แฟนๆ ต้องการตัวมากที่สุดไปอีกค่ะ

4. แฟร์ กันต์ดนย์ อะคาซาน

ลูกครึ่งไทย-โมร็อกโก มีผลงานละครเรื่องแรกคือ เมียไม่ใช่เมีย ทางช่อง 5 รับบทเป็น หมอสกนธ์ ต่อมาเมื่อหมดสัญญากับทางสังกัดเก่า ก็เป็นนักแสดงอิสระอยู่พักใหญ่ จนปี 2558 แฟร์จึงได้เซ็นสัญญาเป็นนักแสดงในสังกัดของช่อง 3 มีผลงานเรื่อง เจ้าบ้าน เจ้าเรือน เป็นที่พูดถึงมาก และรับบทเป็นพระเอกเป็นเรื่องแรกในเรื่อง ปะการังสีดำ ซึ่งถ่ายทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยมีกำหนดฉายใน ปี 2561 อดใจรอชมนะคะ

5. ธันวา สุริยจักร

ลูกครึ่งหลากหลายเชื้อชาติ ทั้ง ไทย จีน เวียดนาม และฝรั่งเศส ทำให้ธันวามีใบหน้าที่หล่อเหลาครบเครื่องแบบนี้ค่ะ ธันวาเป็นเด็กในสังกัดของพี่เอศุภชัย ได้เล่นละครเรื่องแรกคือ มนต์รักแม่น้ำมูล ถึงแม้ว่าไม่ได้รับบทพระเอกแต่ผลงานเป็นที่เข้าตามากๆ และต่อมาก็ได้เล่นละครอีกหลายเรื่อง เช่น ลูกผู้ชายไม้ตะพด และ แสบสลับขั้ว ส่วนผลงานสร้างชื่อคือบทพระเอกในละครเรื่อง วิมานมะพร้าว รวมทั้งเรื่องริษยา ในบทพระเอกที่มีความเชื่อมั่นในตัวเอง ทำให้ธันวาขึ้นแท่นเป็นพระเอกคลื่นลูกใหม่สุดฮอตของช่อง 7 ไปเรียบร้อยแล้วค่ะ

พระเอกลูกครึ่งสุดแซ่บ ของดีแห่งวงการบันเทิงไทย!!!

ดาราลูกครึ่ง

ถ้าพูดถึง พระเอกลูกครึ่งสุดแซ่บ ในวงการบันเทิงบ้านเรา คงมีด้วยกันหลายคน แถมแต่ละคนก็งานดีกันทั้งนั้น มีตั้งแต่รุ่นเล็กไปจนถึงรุ่นใหญ่ บอกเลยว่าแซ่บจริงไรจริง วันนี้สุดฯ เลยรวบรวมมาฝาก รับรองว่าเด็ดโดนใจแน่นอน!!!

-อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม

ตัวพ่อแห่งความแซ่บ แสดงหนัง แสดงละครก็เก่ง ล่าสุดหันมาเอาดีด้านเบื้องหลัง เฮียแกเป็นลูกครึ่ง ออสเตรเลีย-ลาว ที่งานดีเว่อร์ ใครจะไปรู้ล่ะคะ ว่างานลูกครึ่งลาวจะแซ่บ เผ็ช และน่ากินขนาดนี้ แอร๊ยยย!! รู้งี้บินไปลาวตั้งนานแล้ว เผื่อเจอของดีแบบนี้มั่ง…อิอิ

-แอนดริว เกร็กสัน

คนนี้ไม่พูดถึงคงไม่ได้ เพราะล่าสุดกับละคร สายลับรักป่วน แฟนคลับพากันตามกรี๊ดทั้งประเทศ ด้วยมาดนิ่งๆ น้ำเสียงกวนๆ บวกกับหน้าตาลูกครึ่ง ไทย-อังกฤษ ที่ไม่ว่าจะอายุเพิ่มขึ้นแค่ไหน เฮียก็ยังหล่อ เท่ แซ่บ งานดีขนาดนี้ สุดฯ ขอสมัครเป็นแฟน…คลับ ด้วยคนได้มั้ยคะ

-เจสัน ยัง

สำหรับคนนี้ หลังจากกลับมารับงานแสดงละคร ความหล่อก็พุ่งปรี๊ด กระแทกใจสาวๆ แทบละลาย ถึงจะเล่นเป็นตัวร้าย แต่สุดฯ ก็พร้อมที่จะรักนะคะ แอร๊ยยยย!!! เฮียแกเป็นลูกครึ่ง ไทย-ออสเตรเลีย ที่หน้าตาดีงามมากมาย หุ่นแซ่บสุดไรสุด แถมเวลายิ้ม ส่งสายตานะ โคตรมีเสน่ห์ แบบนี้ไม่หลงรักก็บ้าแล้ว!!!

-ปกรณ์ ลัม

มาถึงหนุ่มนักร้อง นักแสดงคนนี้ พี่แกเป็นลูกครึ่งสามชาตินะคะ ไทย-เยอรมัน-สิงคโปร์ โอ้โห!! งานดีเหลือเกิน ไม่มีที่ติเลยสักนิด หล่อแม้กระทั่งทรงผมอ่ะคิดดู สุดฯ มีความหลงใหล อยากได้นางเหลือเกิน ผู้ชายอะไร ขาว สูง สุขภาพดี ปากชมพู แอร๊ยยยย!!! ขอสุดฯ ยืมควงสักวันได้มั้ยคะ น้องเมทัล!!!

-มาริโอ้ เมาเร่อ

สำหรับคนนี้งานดี๊..ดี ไม่แพ้รุ่นพี่ น้องโอ้ของสุดฯ นางเป็นลูกครึ่ง ไทย-จีน-เยอรมัน สามชาติเหมือนพี่โดมเลยค่ะ แถมหน้าตา บุคลิก หล่อเกินห้ามใจ สุดฯ ติดตามนางมานานมาก ตั้งแต่นางยังเด็ก จนตอนนี้โตพอที่จะมาเป็นสามีสุดฯ ได้ละ 555+ บอกเลยว่าแซ่บค่ะ คนนี้ รักนาง!!

ติดตามบทความดีดีได้ที่ http://hbxingu.com

ดาราผมสั้น

ดาราผมสั้น ในลุคผมสั้น ตัดแล้วฮอต และปังกว่าเดิม แถมดูเด็กลง

ดาราผมสั้นดาราผมสั้น ทรงผมสั้น เมื่อได้ลองตัดแล้วมักพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า ไม่อยากเปลี่ยนไปไว้ยาวเหมือนเดิมอีกแล้วจ้า! เพราะมันดูแลง่าย เบาสบาย ไม่รู้สึกเหนียวคอเมื่อเจออากาศร้อนๆ ที่สำคัญยังทำให้สาวๆ ดูเด็กลงเหมือนคนละคน แถมยังเข้ากันได้ดีกับแฟชั่นเสื้อผ้าหน้าร้อน อย่างบิกินี่ตัวจิ๋ว แว่นกันแดด เพิ่มดีกรีความฮอต ความปัง มานักต่อนักแล้ว..อย่างเช่น 10 ดาราสาว ที่หันมาตัดผมสั้น เพื่อเปลี่ยนลุคให้ตัวเอง ทั้งที่ตัดมานานหลายปี และเพิ่งตัดหมาดๆ ทำเอาแฟนๆ เซอร์ไพรซ์กันเป็นแถว ว่าแต่… จะมีใครบ้างนั้น ไปส่องกันเลย!

1. ใหม่ ดาวิกา

ต้องยอมใจในความเสียสละของ ใหม่ ดาวิกา โฮเน่ ที่ยอมหั่นผมดำยาวสลวยซึ่งเปรียบเสมือนเป็นโลโก้ของเธอ เพื่อบริจาคให้กับผู้ป่วยมะเร็งที่สูญเสียเส้นผมจากการรักษาโรค บุญกุศลครั้งนี้รับรองว่าส่งผลให้งานรุมสาวใหม่ขึ้นไปอีกแน่ๆ

2. แต้ว ณัฐพร

ทำเอาแฟนๆ ตะลึงไม่น้อยเลยทีเดียว เมื่อเจ้าแม่นาคีอย่าง แต้ว ณัฐพร เผยลุคใหม่ในงานเปิดตัวคอลเล็คชั่น SPRING/SUMMER 2018 ในพระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ด้วย ทรงผมสั้นดัดปลาย ในชุดสูทสีน้ำเงินลายขาว แหวกให้เห็นเนินอกเบาๆ สวยเซ็กซี่ขนาดนี้ เอาคะแนนเต็ม 10 ไปเลยจ้า

3. เต้ย จรินพร

มาที่นางเอกไซส์มินิ อารมณ์ดี เต้ย จรินพร ซึ่งหลายวันก่อนทำเอาแฟนๆ แปลกใจไม่น้อย เมื่อเห็นสาวเต้ย มาในลุคผมสั้น ดัดลอน ต่อมาจึงรู้ว่าสาวเต้ยแค่ใส่วิกผมเพื่อร่วมงานแบรนด์ดังเท่านั้น แอบเสียดาย… ถ้าตัดจริงก็คงจะดีเนอะ

4. ยิปซี คีรติ

ยิปซี คีรติ อดีคนรักของพ่อหมื่นเรือง หรือ ปั้นจั่น ปรมะ เป็นอีกคนหนึ่ง ซึ่งตัดสินใจตัดผมสั้นแล้วเกิด! เจิดสุดๆ จะเห็นได้จากแฟชั่นริมทะเล ในชุดบิกินี่ตัวจิ๋ว ผ่านไอจีส่วนตัว บอกเลยว่า ฮอตปรอทแตกจนน่าอิจฉา

5. โม มนชนก

ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี โม มนชนก เพื่อนคนสนิทของแม่หญิง การะเกด เบลล่า ราณี มักจะไว้ผมสั้นประบ่ามาตลอด ซึ่งไปได้ดีสุดๆ กับรูปร่างเล็กกระทัดรัดของเธอ และล่าสุดกับทริปยุโรป น่ารักไม่เป็นสองรองใครเลยล่ะ

6. นิวเคลียร์ หรรษา

ตั้งแต่หันมาทำธุรกิจขายชุดว่ายน้ำอย่างเต็มตัว นิวเคลียร์ หรรษา ภรรยาผู้น่าอิจฉาของ ดีเจ เพชรจ้า ก็ลงทุนตัดผมสั้น เพื่อถ่ายคอลเลคชั่นชุดว่ายน้่ำของตัวเอง งานนี้แฟนๆ ได้หุ่นอันเซ็กซี่ บวกซิกแพคแน่นๆ จนต้องกดไลค์กันรัวๆ แบบนี้ไม่เรียกว่าปัง! จะเรียกว่าอะไร

7. แพทตี้ อังศุมาลิน

เห็น แพทตี้ อังศุมาลิน หวานใจของ แดน วรเวช คนสบายๆ เสื้อผ้าหน้าผม แต่ความน่ารักใสๆ ที่มีอยู่ทุนเดิม หันมาไว้ผมสั้นหลายปี ยิ่งทำให้แฟนมโนหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ชอบสุดๆ เรียกว่าเวลาไม่เคยพรากความเด็กไปจากสาวแพทเลยจริงๆ

8. จ๊ะ จิตตาภา

ตั้งแต่ จ๊ะ จิตตาภา เข้าพิธีแต่งงานกับแฟนหนุ่ม เห็นตรงกันมั้ยคะว่า เธอดูใส เปล่งปลั่ง มีน้ำมีมวลขึ้น บวกกับผมสั้นเลยติ่งหูมานิดนึง ยิ่งดูเด็กขึ้นไปอีกจ้า

9. กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์

เจ้าแม่แฟชั่น กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ ในลุคผมสั้นเสมอหูลุคนี้ ดีกรีความแซ่บไม่ต้องพูดถึง เพราะนอกจากจัดเต็มให้ตัวเองแล้ว ยังจัดความน่ารักให้น้องเป่าเปาลูกสาวตัวแสบไม่เว้นแต่ละวัน FC หลงกันทั้งเมือง

10. นิว นภัสสร

ปิดท้ายด้วยนักร้องเสียงใส ทรงพลัง อย่าง นิว นภัสสร ที่เพิ่งแต่งงานไปเมื่อปลายปีที่แล้ว ล่าสุดมาในทรงผมประบ่า ม้วนลอนใหญ่กำลังดี บอกเลยว่าชิคกว่าลุคก่อนๆ นะจ๊ะสาวนิว

 ดาราผมสั้น แบบทรงผมสั้น ใหม่ ดาวิกา เซ็ตทรงไหนก็ชิคได้ง่ายๆ

ดาราผมสั้น

หลังจากตัดสินใจตัดผมสั้นเพื่อนำผมไปทำวิคผมบริจาคผมให้ผู้ป่วยมะเร็ง ก็ดูเหมือนว่าดีกรีความฮ็อตจะมากขึ้นกว่าเดิม เพราะจากลุคหน้าหวาน ใหม่ ดาวิกา เธอกลายมาเป็นสาวผมสั้นสุดชิค ที่มองมุมไหนก็ไม่เบื่อ แถมยังเปลี่ยนสไตล์ผมสั้นได้แบบสนุกน่ามองอยู่บ่อยๆ ลบคำพูดที่ว่า เป็นนางเอกต้องผมยาวสลวยไว้รอสะบัดผมรับพรีเซ็นเตอร์ เพราะนางเอกยุคนี้สวยเซลฟ์กันแบบสไตล์ใครสไตล์มันได้อย่างเต็มที่เทคนิคทำผมลอนใหญ่ ให้อยู่ทรงสวยตลอดทั้งวัน ดูโดดเด่นด้วยผมที่อยู่ทรงสวย ผมลอนใหญ่สะดุดตา รับกับการแต่งตาโทนสีสว่าง เพิ่มความงดงามที่ชวนเหลียวมอง
– ชะโลมผมด้วยผลิตภัณฑ์เพิ่มวอลลุมหรือจัดแต่งผมลอน
– แบ่งผมออกเป็นช่อ แล้วใช้แกนดัดผมไฟฟ้าดัดเป็นลอนอ่อนๆ จากนั้นใช้นิ้วมือช่วยสางลอนผมเพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติ ลอนผมดัดอ่อนๆ พริ้วสวย

อัปเดต ผมสั้นประบ่า 2019 เทรนด์ผมสุดฮิตตลอดกาล

วันนี้ขอนำเสนอให้เดินทางสายกลางด้วย “ผมสั้นประบ่า” ที่นอกจากจะเป็นเทรนด์ทรงผมมาแรงของปี 2019 แล้ว ยังตอบโจทย์กับสาว ๆ ทุกคน จะหน้ากลม ผมบางแค่ไหนก็เอาอยู่ แถมเหมาะกับทุกโอกาส ไม่ว่าจะไปออกงาน ออกทริปเที่ยว หรือเดินห้างชิล ๆ ก็สวยเก๋ไม่เบา

ถ้าอยากเปลี่ยนลุคต้อนรับปีใหม่และยังไม่รู้ว่าจะตัดทรงอะไรดี กระปุกดอทคอมเลยจะพาเพื่อน ๆ ไปอัปเดตเทรนด์ ผมสั้นประบ่า 2019 กันวันนี้ รับประกันว่าแต่ละทรงนั้นดีงามพระรามแปด ไม่ต้องเสียเวลาเซตอะไรมากมายเลยด้วย

1. ผมสั้นประบ่าแบบคลาสสิก

ทรงผมตรงประบ่าสไตล์สาวแซ่บ ไม่มีการแสกผมข้าง ไม่ต้องตัดหน้าม้า ไม่ต้องดัดปลายผมให้งุ้มใด ๆ เหมาะกับทั้งสาวผมหนาและสาวผมบาง ที่เส้นผมยาวตรงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ถ้าใครมีผมหยักศกแล้วสนใจทำทรงนี้ ก็หยิบที่หนีบผมมาเป็นตัวช่วยได้นะคะ บอกเลยว่าเป็นลุคเบสิก ๆ แต่สวยไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ

2. ผมสั้นประบ่าดัดลอน

จะดัดลอนเล็ก ดัดลอนใหญ่ หรือดัดวอลลุ่ม ก็ช่วยอัปลุคให้คุณสาว ๆ สวยเฉี่ยวได้ทั้งนั้น แถมยังเป็นทรงที่เหมาะกับคนที่มีผมบางและหน้ากลมอีกด้วย เพราะช่วยทำให้ผมดูมีน้ำหนัก สวยเด้งรับความสดใส แถมวอลลุ่มของผมยังช่วยอำพรางแก้มให้หน้าดูเรียวเล็กลงได้

3. ผมสั้นประบ่าพร้อมหน้าม้า

จัดเป็นทรงผมประจำตัวสาวเอเชียทุกยุคทุกสมัยเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือเดี๋ยวนี้มีหลายแบบให้เลือกตัดมากมาย ก ไก่ล้านตัว.. ไม่ว่าจะเป็นหน้าม้าซีทรู หน้าม้าปัดข้าง หน้าม้าเต่อ และหน้าม้าตรง ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนั้นแมตช์เข้ากับทรงผมประบ่าได้เป็นอย่างดี พ.ศ. หน้านี้ได้เปลี่ยนลุคไม่ซ้ำวันแน่นอน

4. ผมสั้นประบ่าดัดปลาย

บอกเลยเทรนด์ดัดปลายผมมาแรงสุด ๆ โดยเฉพาะทรงดัดปลายออกข้างที่เรียกว่า ผมเป็ดหรือผมปลาหมึกนี่แหละ ที่จะทำให้คุณมีลุคคิวต์ ๆ คาวาอี้เดสสุด ๆ แต่ถ้าใครยังไม่พร้อมจะแปลงร่างเป็นน้องปลาหมึกเต็มตัว ก็อาจเริ่มจากทำทรงผมลอนแล้วแอบดัดปลายออกหน่อย ๆ ก่อนก็ได้ค่ะ

5. ผมสั้นประบ่าดัดหยิก

ปลุกความชิคในตัวคุณด้วยทรงผมประบ่าสไตล์ดัดหยิก หรือที่บ้านเรารู้จักกันในชื่อ ลอนมาม่าและลอนเมอร์เมด (Mermaid) โดยสาว ๆ จะดัดผมให้หยิกทั่วศีรษะ จัดเต็มทั้งข้างหน้าและข้างหลังเลยก็ได้ หรือจะปล่อยหน้าม้าให้อยู่ตรง ๆ พลิ้ว ๆ ไว้ก็ดูดีไม่ต่างกัน สาวหวานที่อยากมีสไตล์ซ่อนเปรี้ยวนิด ๆ ห้ามพลาดเด็ดขาด

ทรงผมสั้นหลากสไตล์สำหรับสาวพลัสไซซ์

สำหรับสาวเจ้าเนื้อ หุ่นจ้ำม่ำทั้งหลาย เชื่อเลยว่า “ทรงผมสั้น” นั้นคงเป็นลุคต้องห้าม ที่ชีวิตนี้ไม่เคยคิดจะตัดกันอย่างแน่นอน เพราะกลัวว่าตัดแล้วจะทำให้หน้าดูบาน ดูใหญ่ซะยิ่งกว่าจานดาวเทียมกันเลยใช่ไหมล่ะคะ ? แต่เราขอบอกเลยว่าจริง ๆ แล้วไม่ว่าคุณจะหุ่นเล็กหรือใหญ่ขนาดไหน ก็สามารถตัดผมสั้นได้ทั้งนั้น ขอแค่พกความมั่นใจติดใส่กระเป๋าเอาไว้ แล้วรู้จักเลือกสไตล์ที่เข้ากับรูปหน้าของเราให้ได้เท่านั้นเอง และแม้ว่าผมสไลด์สั้นปิดแก้ม เพื่ออำพรางหน้าอวบ ๆ จะยังคงฮอตฮิตไม่เคยตกกระแส แต่ก็ยังมีทรงผมอื่นที่เข้ากับสาวหน้ากลมอยู่ไม่น้อย

1. บ๊อบเทแสกข้างสุดเฟี้ยว เปลี่ยนสาวหน้าหวานให้ดูสวยเฉี่ยวไปเลย
2. ตัดหน้าม้าลดอายุกันสักหน่อย แต่ต้องตัดสไลด์เทผมน้อย ๆ ไว้บังแก้มด้วยนะ
3. ดัดลอนให้ผมบ๊อบดูมีกิมมิก แถมยังช่วยพรางหน้าให้ดูเรียวลงอีกด้วย
4. ทัดผมไว้ที่หูสักหนึ่งข้าง อวดโครงหน้ากันแบบมั่น ๆ ไปเลย
5. ตัดผมสั้นสไตล์พิกซี่ (Pixie Cut) สวยเก๋แค่ไหนให้รูปบรรยายแล้วกัน
6. ถ้าไม่มีเวลาเซตผม ขอแนะนำทรงซอยสั้นเปิดหู พร้อมหน้าม้าพรางหน้าอวบเก๋ ๆ
7. จะซอยผมสั้นไว้หน้าม้าเต่อขนาดไหนก็ได้ เห็นมั้ยว่าดูน่ารักอย่าบอกใคร
8. หน้าม้าตรงก็ไม่ใช่ปัญหา ยิ่งถ้าย้อมผมสีสวย ๆ ด้วยละก็ บอกเลยว่าเป๊ะ
9. ความสวยเก๋ขั้นกว่าของผมบ๊อบ ข้างนึงตัดสั้น ข้างนึงไว้ประบ่า โอ้โห เริด !
10. ตัดบ๊อบตรงแสกกลางก็ได้ แค่เซตผมให้ดูยุ่ง ๆ มีวอลลุ่มเล็กน้อย จะได้ไม่เรียบแปล้จนหน้าบาน
11. ซอยผมสั้นเปิดหู พร้อมหน้าม้าปาดข้าง ยิ้มแฉ่งรับความเก๋ไก๋กันไปเลย
12. ดัดลอนทั้งปลายผม ทั้งหน้าม้า หน้ากลมแค่ไหนก็ดูน่ารัก ไม่ขัดตา
13. เห็นแล้วอยากบอกเลยว่า Plus Size แล้วไง ? สวยได้เหมือนกันแหละ
14. ไอเดียทรงผมสั้นเปรี้ยว ๆ ย้อมผมสีอ่อนเอาไว้ จะได้เปลี่ยนลุคไม่ซ้ำวัน
15. หน้ากลม มีโหนก มีแก้ม ทรงผมสั้นดัดลอนนี่แหละเหมาะสุด
16. ลองเปลี่ยนลุคให้สนุกสุดโต่งสักครั้งในชีวิต ซอยลอนสั้นแล้วย้อมสีเลยก็แจ่ม
17. ทรงผมสั้นประบ่าดัดสอน เอาใจสาวพลัสไซซ์อินสไตล์หวาน ๆ
18. บ๊อบสไลด์ข้างพร้อมหน้าม้ายุ่ง ๆ ให้ลุคตื่นมาก็สวยแบบนี้แล้วฃ
19. สำหรับสาวอวบที่โครงหน้าชัด แนะนำให้ตัดลุคอวดเรียวหน้าเลย
20. ถ้ายังไม่มั่นขนาดตัดสั้นจุ๊ดจู๋ งั้นไว้บ๊อบเทระดับสั้นประบ่าก็ได้เหมือนกัน

ติดตามบทความดีดีได้ที่ http://hbxingu.com

ดาราตลก

สวยมักนก ตลกมักได้ ! ถ้าสวยด้วยตลกด้วย ก็มีแต่ได้กับได้!! ดาราตลก

ดาราตลก

ดาราตลก ประโยคที่ว่า สวยมักนก ตลกมักได้ เป็นประโยคที่ให้กำลังใจแบบน่ารักๆ ที่สุดฯ ว่ามันโดนใจมากๆ เลย คิดดูสิ ถ้ามีแค่ความสวยอย่างเดียว แต่ขี้เหวี่ยงวีน หรือนิสัยจริงจังเกินไป ก็คงไม่มีใครชอบ แต่ถ้าเป็นคนตลก ใครๆ ก็อยากเข้าใกล้ ยิ่งถ้าทั้งสวยทั้งตลก บอกเลยว่ามีแต่ได้กับได้ เหมือนดาราสาวสายฮาเหล่านี้ที่งานรุมเพียบ!

ซาร่า โฮเลอร์

สวยสายฮาคนแรกๆ ที่เรานึกถึง เพราะดูเหมือนว่ายืนร้องเพลงสวยๆ ให้สมกับตำแหน่งเอเอฟดูท่าทางว่าจะไม่ปัง แต่พอหันมาเอาดีด้านสายฮาโดยการเป็นพิธีกรหรือกรรมการในรายการวาไรตี้ต่างๆ เธอกลับปังซะงั้น แม้ว่าบางทีมุกที่ปล่อยออกมาจะแป้กบ้าง เสี่ยวบ้าง แต่กลายเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้งานรุมเพียบ ยิ่งมีหน้าตาสะสวย แต่เล่นมุกแบบไม่ห่วงสวยแบบนี้นี่แหละ คนดูชอบนัก

จียอน

สาวเกาหลีสายฮาคนนี้มาพร้อมความสวยแบบหมวยเกาหลี แรกๆ ก็มาแนวพิธีกรและนักร้อง แต่ด้วยความที่พูดภาษาไทยไม่ค่อยชัด บวกกับความมึนนิดๆ ในการสื่อสาร ทำให้กลายเป็นเอกลักษณ์ของเธอไปซะงั้น เพราะคนดูมักจะฮาปนเอ็นดูกับความมึนของเธอ แม้ช่วงหลังๆ จะมีข่าวคราวไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ แต่ก็เห็นว่าเธอยังมีงานรุมอยู่เพียบนะ ทั้งสวยทั้งฮา เวลาออกรายการไหนก็เรียกเรตติ้งได้

ชมพู่ ก่อนบ่าย

เป็นสาวสวยที่มาสายตลกตั้งแต่แรก ซึ่งยุคที่เธอเข้าวงการแรกๆ ไม่ค่อยมีหรอกดาราตลกที่สวยด้วยน่ะ พอเธอก้าวเข้ามาในรายการ “ก่อนบ่ายคลายเครียด” ก็ได้สวมบทบาทเป็นนางเอก (รายการนี้จะทำละครตลกๆ ล้อละครที่กำลังออกอากาศ) แต่เป็นนางเอกที่ไม่ห่วงสวยเลยสักนิด ก็เลยทำให้คนดูติดใจ หลังจากนั้นเมื่อเธอได้รับหน้าที่เป็นพิธีกรในรายการวาไรตี้ต่างๆ ก็ยังคงเอาคาแร็คเตอร์ความตกมาใส่จนเป็นเอกลักษณ์ ยิ่งตอนนี้ไปเสริมอึ๋มมาด้วยแล้ว บอกเลยว่างานรุมเพียบจ้า

ปุยฝ้าย-ณัฏฐพัชร

เอาดีด้านนักร้องก็ไม่ค่อยรุ่ง (เพิ่งมาเปรี้ยงปร้างหลังเปิดหน้ากากนี่แหละ) แต่ดันรุ่งตอนแสดงละคร โดยเฉพาะบทนางร้าย แต่ร้ายมากไปคนก็หมั่นไส้อีก พอเธอมาจับทางนางร้ายสายฮา เอ้า ปังซะงั้น โดยเฉพาะเรื่องล่าสุดในซีรี่ส์ Cupids บริษัทรักอุตลุต ที่นางเป็นนางร้ายสายฮาลิ้นไก่สั้น แถมยังมีความมึนงง ทำเอาคนดูเกลียดไม่ลงเลยทีเดียว ก็เล่นแบบไม่ห่วงสวยขนาดนั้น ตอนนี้เลยกล้าพูดได้เลยว่างานรุมเพียบ

กุ๊บกิ๊บ-สุมนทิพย์

เป็นนักแสดงที่บอกแต่ต้นว่าไม่ห่วงสวยเลย และยินดีรับทุกบทบาท ละครที่เธอเล่นแต่ละเรื่องเลยเน้นแนวฮาทั้งนั้น และด้วยความตลกเป็นทุนเดิมนี่แหละทำให้งานวิ่งเข้าชนเพียบ เท่านั้นยังไม่พอนะจ๊ะ เพราะความสวยปนตลกนี่แหละถึงมัดใจ บี้-ธรรศภาคย์ ได้อยู่หมัดไปอีก งานรุม สามีรัก น่าอิจฉามั้ยล่ะ

ดาราตลก หญิงผู้สร้างเสียงฮาในจอทีวี แต่นอกจออย่างน่ารักอะ !

ดาราตลก

ในภาพยนตร์ หรือละครบางเรื่อง คงจะหมดสนุกไปโดยปริยายหากขาดดาราตลกสาวผู้สร้างเสียงเฮฮาและสีสันในจอทีวี ซึ่งทุกวันนี้พวกเธอเหล่านี้ได้กลายเป็นผู้สร้างเสียงหัวเราะให้กับคนทั่วประเทศไปแล้ว และหลายคนก็คงจะรู้จักพวกเธอกันเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นตุ๊กกี้ ดาราตลกหญิงแถวหน้าของเมืองไทย, ชมพู ก่อนบ่าย, อ้น ศรีพรรณ หรือแม้แต่คนอื่น ๆ ที่เห็นโลดแล่นอยู่ในจอทีวีกันบ่อย ๆ แต่ทั้งนี้เวลาอยู่ในจอหลาย ๆ คนก็มักจะเห็นแต่มุมตลกบ้า ๆ บอ ๆ ของพวกเธอ ซึ่งอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อนว่าเวลาอยู่นอกจอพวกเธอก็ยังมีอีกมุมที่น่ารักไม่แพ้กัน แถมบางคนยังแต่งตัวได้สวย น่ารัก และแนวสุด ๆ

1. ชมพู่ ก่อนบ่าย

ตลกหญิงหน้าสวย ในจอทีวีเห็นตลก ๆ แบบนี้ นอกจอสาวชมพู่เขาทั้งสวยทั้งน่ารัก จนหลาย ๆ คนต้องยกให้เธอเป็นไอดอลเลยเชียวแหละ

2. ใบเฟิร์น พัสกร

ลูกตลกตกไม่ไกลต้นของคุณพ่อจตุรงค์ มกจ๊ก แสดงละครเล่นตลกมาก็หลายเรื่อง แต่พอ

3. ตุ๊กกี้

ดาราตลกหญิงแถวหน้าของเมืองไทย ทุกครั้งที่เล่นตลกเห็นแต่งตัวครบองค์ทรงเครื่องซะจนเว่อร์ แต่นอกจอนี่แบ๊วสุด ๆ เลยนะจะบอกให้

4. หนูอิมอิม

เจ้าแม่แอ็คติ้ง เห็นบ้า ๆ บอ ๆ แบบนี้ แต่ละชุดนางนี่กินขาดนะจ๊ะ พูดเลยว่าสวยมั่น เปรี้ยว ซ่าไม่มีใครเกินจริง ๆ

5. หนูเล็ก ก่อนบ่าย

ดาราตลกเจ้าของวลีฮิต ก่าก๊า สวยแบ๊วก็ได้ สวยเซอร์ก็โดน

6. ส้มเช้ง 3 ช่า

เป็นดาราตลกสาวอีกคนที่มาแรง เห็นฮา ๆ แบบนี้ นางแต่งตัวได้เริดสุด ๆ นะจ๊ะพูดเลย

7. ตั๊ก ศิริพร

ตลกสาวเสียงดี ถึงแม้จะอยู่ในวงการมานานแล้วแต่หุ่นก็ยังเป๊ะ แต่งชุดไหนก็สวยแซ่บสุด ๆ เลยจ้า

8. อ้น ศรีพรรณ

ตลกฮาหน้าหมวย เห็นออกทีวีฮากระจายแบบนี้แต่ดีกรีความสวยก็ไม่เป็นรองใครนะจ๊ะ

9. จอย ชวนชื่น

อยู่ในวงการตลกมาก็นาน เรื่องความฮาต้องยกนิ้วให้ ส่วนเรื่องความสวยก็เริดไม่แพ้กันจ้า

10. รุ้ง รุ้งลาวัลย์

สาวน้อยผู้โด่งดังจากภาพยนตร์เรื่อง “หนูหิ่น” คนอะไรหน้าเหมือนหนูหิ่นอย่างกับหลุดออกมาจากหนังสือการ์ตูนยังไงยังงั้น แต่เห็นในจอมักรับบทเป็นสาวใช้เซอร์ ๆ แบบนี้ แต่นอกจอเธอแต่งตัวได้แนวสุด ๆ เลยนะจะบอกให้

ดาราตลกชายชื่อดังแถวหน้าของเมืองไทยเลย

ดาราตลก

-โก๊ะตี๋ อารามบอย

มาที่คนแรก นาย เจริญพร อ่อนละม้าย หรือ โก๊ะตี๋ อารามบอย ชื่อเดิม คือ โก๊ะตี๋ ผีน่ารัก เข้าวงการด้วยวัยเพียง 14 ปี โดยร่วมงานกับตลกคณะ เอ็ดดี้ ผีน่ารัก ตอนนั้นใช้ชื่อ โก๊ะตี๋ ผีน่ารัก เพราะไว้ผมโก๊ะ และได้เปลี่ยนชื่อเป็น โก๊ะตี๋ อารามบอย เนื่องจากได้มีชื่อเสียงจากภาพยนตร์ โก๊ะตี๋ วีรบุรุษอารามบอย และได้แยกออกมาตั้งคณะตลกเป็นของตัวเอง

-ตั๊ก บริบูรณ์

มาถึงอีกหนึ่งหนุ่มหล่อ บริบูรณ์ จันทร์เรือง หรือ พี่ตั๊กของเรานี่เอง เข้าวงการด้วยการประกวด โดมอนมินิ (รุ่นเด็ก) ในปี พ.ศ. 2532 โดยได้อันดับ 2 จากการประกวดในครั้งนั้น ทำให้เป็นที่สนใจมากขึ้น จึงทำให้มีงานเดินแบบตามมา ต่อมาได้ร่วมงานกับ ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง ในเอ็มวี เพลงเท้าไฟ จนนำไปสู่การเล่นภาพยนตร์เรื่องแรกในปี พ.ศ. 2535 ชื่อเรื่อง รองต๊ะแล่บแปล๊บ

-โหน่ง ชะชะช่า

ต่อกันที่ตลกดังหนึ่งในแก็งค์สามช่า ชูศักดิ์ เอี่ยมสุข ชื่อเล่น โหน่ง แต่เราจะรู้จักกันจากชื่อในวงการคือ โหน่ง ชะชะช่า เป็นชาว จ.นครนายก ได้เข้ามาในวงการตลกโดยเริ่มจากมีนักจัดรายการชักชวนเข้ามา แนะนำให้เต้นหางเครื่องอยู่วงดนตรีลูกทุ่ง ศรชัย เมฆวิเชียร จบจากศรชัย อยู่กับ สายัณห์ สัญญา เริ่มเป็นตลก โดยแสดงรีวิวหน้าเวที ต่อมา หม่ำ จ๊กมก ได้ชักชวนให้มาร่วมเป็นนักแสดงรับเชิญในรายการระเบิดเถิดเทิง ของบริษัทเวิร์คพอยท์ฯ และด้วยเอกลักษณ์อันโดดเด่น คือมีศีรษะโล้นและรูปร่างอ้วนกลม กับวลีที่เป็นที่รู้จักกันดีที่ว่า “ฮะโหน่ง มาแว้ว” ทำให้โหน่งสามารถแจ้งเกิดเป็นนักแสดงตลกในวงการโทรทัศน์ได้ จนได้เป็นนักแสดงสมทบในช่วงแรกและเข้าร่วมเป็นหนึ่งในแก๊งสามช่า รายการ ชิงร้อยชิงล้าน Cha Cha Cha อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2542 ปัจจุบันเปิดธุรกิจร้านบะหมี่ อย่างร้าน ” บะหมี่โหน่ง ชะชะช่า “

-เท่ง เถิดเทิง

ตามกันมากับ พงษ์ศักดิ์ พงษ์สุวรรณ ชื่อเล่น เท่ง รู้จักกันในนาม เท่ง เถิดเทิง เป็นอีกหนึ่งในแก็งค์สามช่ามีชื่อเสียงจากการเป็นดาวตลก โดยเริ่มเล่นตลกกับคณะเชิญยิ้ม โดยใช้ชื่อว่า ตู้ เชิญยิ้ม และได้กลายเป็นนักแสดงภาพยนตร์หลายเรื่อง และประกอบอาชีพหลายอย่าง ตั้งแต่ เล่นลิเก (มีคณะลิเกชื่อว่า ลิเกครื้นเครง เท่ง เถิดเทิง) ถีบรถสามล้อ ปัจจุบันเป็นนักแสดงตลกและพิธีกรในสังกัด รวมถึงเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ให้แก่ บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน)

-แจ๊ส ชวนชื่น

มาถึงตลกอัจฉริยะของเรา ผดุง ทรงแสง ชื่อเล่น แจ๊ส รู้จักกันในนาม แจ๊ส ชวนชื่น เป็นนักแสดงตลกที่มีมุกเด็ดมากมายโดยเฉพาะมุกเลียนแบบบุคคลดัง ๆ เช่น อ่าง เถิดเทิง, ตูน บอดี้สแลม, แด๊ก บิ๊กแอสการศึกษา เดิมจบประถม เพราะอยากเล่นตลกและช่วยงานงานในคณะตลกของพ่อ ปัจจุบัน เป็นทั้งตลกและศิลปินชื่อดัง และได้ออกผลงานเพลงมาเป็นที่เรียบร้อย ร่วมกันตั้งวงกับเพื่อนในชื่อ สปุ๊กนิค ปาปิยอง กุ๊กกุ๊ก

-น้าค่อม ชวนชื่น

มาที่ตลกผู้อาวุโสของวงการ อาคม ปรีดากุลและเป็นอดีตสมาชิกตลกคณะชวนชื่น มักจะเรียกติดปากว่า “น้าเหยิน” ด้วยความที่อ่านหนังสือไม่ค่อยจะออกนัก แต่น้าค่อมกลับเป็นคนที่มีความสามารถพิเศษเรื่องการจำบทได้อย่างแม่นยำ ในระยะประมาณ 10 ปีที่ผ่านมาน้าค่อมมีผลงานการแสดงไม่ต่ำกว่า 60 เรื่อง แถมในปี 2553 น้าค่อมมีผลงานภาพยนตร์สูงถึง 11 เรื่อง ซึ่งน้อยคนที่จะสามารถทำได้อย่างขนาดนี้เส้นทางชีวิตของค่อมนั้นได้ยึดอาชีพตลกมานานกว่า 20 ปีแล้ว โดยผลงานแสดงชิ้นแรกได้เกิดขึ้นในปีพ.ศ. 2545 เมื่อบริษัท สหมงคลฟิล์ม ได้นำเรื่อง 7 ประจัญบาน มาทำซ้ำอีกครั้ง โดยมีเฉลิม วงศ์พิมพ์ เป็นผู้กำกับ น้าค่อมเป็นหนึ่งในนักแสดงนำของหนังเรื่องนี้ ปัจจุบันก็ยังคงเป็นขวัญใจ ของใครหลายๆคน

-หม่ำ จ๊กมก

เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา ชื่อเล่น หม่ำ รู้จักกันในนาม หม่ำ จ๊กมก เป็นคนจังหวัด ยโสธร ออกจากบ้านตั้งแต่อายุ 16-17 ปี มาทำงานอยู่กับวงดนตรีลูกทุ่งของ สดใส รุ่งโพธิ์ทอง เป็นวงแรก โดยเริ่มทำงานในตำแหน่งคอนวอย (เด็กยกของ) ก่อนจะได้เลื่อนขึ้นมาเป็นหางเครื่อง และตลกตามลำดับหลังจากนั้น หม่ำ จ๊กมก ตัดสินใจ รวมตัวกับเพื่อนศิลปินตลก ตั้งตลกคณะเก้ายอดขึ้น ก่อนที่ในที่สุด จะได้รับการชักชวนให้มาเล่นตลกในคณะ เทพ โพธิ์งาม ทำให้หม่ำแสดงตลกร่วมกับคณะเทพ โพธิ์งามมาตลอด โดยใช้ชื่อขณะนั้นว่า “หม่ำ สปาเก็ตตี้” จึงแนะนำให้หม่ำออกจากคณะ เพื่อไปตั้งคณะตลกเป็นของตนเอง โดยหม่ำได้ออกไปตั้งคณะให้ชื่อว่า คณะหม่ำ จ๊กมก โดยมีสมาชิกคนสำคัญ เช่น จาตุรงค์ มกจ๊ก,หยอง ลูกหยี,แวววาว จ๊กมก,อาแปะ จ๊กมก,เท่ง เถิดเทิง, โหน่ง ชะชะช่า เป็นต้นในปี พ.ศ. 2535 หม่ำ จ๊กมก ได้รับการชักชวนจาก ปัญญา นิรันดร์กุล ให้มาร่วมทำงานกับบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ โดยได้มาทำหน้าที่เป็นตัวปริศนาในรายการ ชิงร้อยชิงล้าน ในช่วงชิงบ๊วย ครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2535 และนับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา หม่ำ จ๊กมก ก็ทำงานร่วมกับเวิร์คพอยท์มาตลอดจนถึงปัจจุบัน

ติดตามบทความดีดีได้ที่ http://hbxingu.com

ดาราฮ่องกง

เจ้าเหว่ย ดาราเศรษฐีนีสวยและรวยที่สุดในโลก

ดาราฮ่องกง

ดาราฮ่องกง ขึ้นแท่นดาราหญิงที่ร่ำรวยที่สุดในโลก! สำหรับ เจ้า เหว่ย หรือ วิคกี้ เจ้า ดาราสาวคนดังชาวจีน ที่จับอะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปหมด นอกเหนือไปจากรายได้มหาศาลจากงานการแสดง, ค่าตัวในการเป็นนางแบบโฆษณา ฯลฯ อันเนื่องมาจากความฉลาดเฉียบแหลมในการลงทุนของเธอนั่นเอง

อดีตคุณครูโรงเรียนอนุบาล วัย 39 ปี เปลี่ยนสถานะเป็นเถ้าแก่เนี้ย ชั้นแนวหน้าของโลก เคียงข้างกับ หวง หยู่หลง สามีนักธุรกิจ จนกระทั่งได้รับฉายาจากสื่อแดนมังกรว่า “บัฟเฟตต์แห่งวงการบันเทิงจีน” เลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเธอมีมูลค่าทรัพย์สินร่วมกับสามี เธอจึงมิได้ถูกนับรวมอยู่ในอันดับทำเงินประจำปีของ ฟอร์บส์ แต่อย่างใด

ในฐานะหนึ่งในซูเปอร์สตาร์จีน เจ้า เหว่ย ทำเงินได้หลายล้านจากบทบาทการแสดง และมากกว่านั้นจากงานโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าต่างๆ เธอมีงานโฆษณามากกว่า 120 รายการ นับตั้งแต่ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และความงาม ไปจนถึงไวน์, มอเตอร์ไซค์ เช่นเดียวกับแบรนด์ดังจากตะวันตก อาทิ เมอร์เซเดส เบนซ์, เดอเบียร์ส, เวอร์ซาเช่, เซนย่า, ดิออร์, เฌแกร์-เลคุลตร์, โมโตโรล่า และอื่นๆ อีกมากมาย

ความสำเร็จในการลงทุนกิจการอสังหาริมทรัพย์, กิจการทำเหล้าองุ่นในฝรั่งเศส และร้านค้าเครื่องประดับอัญมณีในสิงคโปร์ ล้วนแล้วแต่เพิ่มพูนทรัพย์สินให้กับเธอมากขึ้นเรื่อยๆ แถมยังมีผลกำไรจากตลาดหลักทรัพย์ที่เกื้อหนุนให้เธอขึ้นแท่น “เศรษฐีนีพันล้าน” ได้แบบสบายๆ

ดาราฮ่องกง ร่วมหุ้นกับอาลีบาบา

ความร่ำรวยของ เจ้า เหว่ย พุ่งกระฉูดติดเพดานอย่างสุดๆ จากการลงทุนเมื่อเดือนธันวาคม 2014 ร่วมกับ แจ็ค หม่า มหาเศรษฐีระดับโลก เจ้าของกิจการ อาลีบาบา พิกเจอร์ส กรุ๊ป ย้อนหลังกลับไปเมื่อเดือนมิถุนายน 2014 หม่า ครอบครองหุ้น 61 เปอร์เซ็นต์

จากบริษัทหนังขาดทุนที่ชื่อว่า ไชน่าวิชั่น ในเวลานั้น ด้วยราคา 10.4 พันล้านเหรียญฮ่องกง (ประมาณ 49,192 ล้านบาท) ในฐานะผู้ขาดประสบการณ์ในกิจการภาพยนตร์ หม่า จึงได้ขอร้อง เจ้า เหว่ย ให้มาช่วยสนับสนุนงานนี้ด้วย

ตามรายงานจากแฟ้มตลาดหุ้นฮ่องกง เจ้าของบทนางเอกซีรีส์ดัง “องค์หญิงกำมะลอ” ซื้อหุ้น 9.18 เปอร์เซ็นต์ ของ อาลีบาบา พิกเจอร์ส ในราคา 3.1 พันล้านเหรียญฮ่องกง (ประมาณ 14,663 ล้านบาท)

ผ่านทาง โกลด์ โอเชี่ยน มีเดีย บริษัทเงินลงทุนที่เธอเป็นเจ้าของร่วมกับสามี 6 เดือนต่อมา หลังหุ้นขึ้นอย่างบ้าคลั่งในตลาดหุ้นฮ่องกง มูลค่าหุ้น อาลีบาบา พิกเจอร์ส

ก็ทะยานขึ้นเป็น 74.3 พันล้านเหรียญฮ่องกง (ประมาณ 351,439 ล้านบาท) ทำให้ทั้งคู่ได้ดอกผล (ลดลงจากการขายหุ้นบางส่วนในเดือนเมษายน) มูลค่า 762 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 27,432 ล้านบาท)

เมื่อรวม กับกำไรที่คาดไม่ถึงจากกิจการอื่นๆ ด้วยแล้ว คู่รักคู่นี้จึงมีมูลค่าทรัพย์สินสูงสุดถึง 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 36,000 ล้านบาท) เลยทีเดียว

เจ้า เหว่ย ที่เกิดในมณฑลอานฮุย ที่เต็มไปด้วยภูเขาทางทิศตะวันออกของเมืองจีน เคยเผยว่าเธอไม่เคยคิดว่าจะโด่งดังมาก่อนเลย “ฉันเคยคิดว่านักแสดงหญิงต้องสวย และฉันก็เคยคิดว่าฉันธรรมดามากๆ” แต่เธอกลับเริ่มเป็นนักแสดงตั้งแต่อายุเพียง 17 ปี

เมื่อภาพยนตร์เรื่อง “อะ โซล ฮอนทิด บาย เพนติ้ง” (A Soul Haunted by Painting) หรือชื่อภาคภาษาไทย “เปลือยหมดตัว แต่ไม่เปลืองหัวใจ” ปี1994 ที่มี กง ลี่ แสดงนำ มาถ่ายทำที่บ้านเกิดของเธอ

และเธอก็ได้รับเลือกให้เป็นนักแสดงสมทบ หลังจากนั้นไม่นานนัก เธอก็ลาออกจากงานครูอนุบาล และมุ่งหน้าสู่มหานครเซี่ยงไฮ้เพื่อรับสมัครเรียนการแสดงกับสถาบันศิลปะภาพยนตร์ที่ก่อตั้งใหม่หมาดโดย เซียะ จิน ตำนานผู้กำกับภาพยนตร์ จนกระทั่งอายุ 20 ปี เธอก็ได้รับคะแนนสูงสุดในการสอบเข้าเรียนที่สถาบันภาพยนตร์ปักกิ่ง

แสดงละคร ร่วมกับฟ่าน ปิง ปิง

ขณะที่ยังเป็นนักศึกษาที่สถาบันดังกล่าว เธอก็แจ้งเกิดระดับประเทศเมื่อเป็นดาวเด่นเคียงข้างกับ ฟ่าน ปิงปิง ที่กำลังดังระดับโลกในปัจจุบัน ในหนังทีวียอดนิยม “องค์หญิงกำมะลอ” ด้วยบทนั้นเธอจึงกลายเป็นดาราหญิงที่อายุน้อยที่สุดที่ได้รับรางวัล “อินทรีทองคำ” โกลเด้น อีเกิ้ล อวอร์ด (Golden Eagle Award) เทียบเท่ากับ เอมมี่ อวอร์ด (Emmy Award) ของสหรัฐอเมริกา และเดินหน้าคว้ารางวัลสารพัดที่เป็นที่จดจำจากภาพยนตร์หลายเรื่องที่เธอแสดง

โดยที่โดดเด่นที่สุดก็คือหนัง “เร้ด คลิฟฟ์” (Red Cliff) หรือชื่อภาคภาษาไทย “สามก๊ก โจโฉ แตกทัพเรือ” ปี 2009 ของผู้กำกับฯ จอห์น วู, “วอร์ริเออร์ส ออฟ เฮฟเว่น แอนด์ เอิร์ธ” (Warriors of Heaven and Earth) หรือ “ขุนพลจ้าวปฐพี” ปี 2003 และ “”เพนทิด สกิน” (Painted Skin) หรือ “โปเยโปโลเย ศึกรักหน้ากากทอง” ปี 2012

นอกเหนือไปจากงานแสดงแล้ว พรสวรรค์ของ เจ้า เหว่ย ยังขยายไปถึงงานศิลปะแขนงอื่นๆ อีกด้วย เธอประสบความสำเร็จในฐานะนักร้อง ที่มีอัลบั้มเพลงถึง 7 ชุด ระหว่างปี 1999-2009, มีเพลงฮิตติด 10 อันดับแรกในชาร์ตเพลงแดนมังกรหลายครั้งหลายครา และได้รับรางวัล เอ็มทีวี เอเชีย ในฐานะศิลปินยอดนิยมจากจีนแผ่นดินใหญ่ นอกจากนั้น ปี 2013 เธอยังประเดิมงานกำกับภาพยนตร์ในหนังโรแมนติก “โซ ยัง” (So Young) ที่ทำรายได้ถึง 118 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 4,248 ล้านบาท) และทำเงินสูงสุดติดอันดับ 5 ในบ็อกซ์ ออฟฟิศ จีน ตลอดกาลเลยทีเดียว

เจ้า เหว่ย ยังเจียดเงินและเวลาของเธอเพื่อกิจกรรมการกุศลอยู่เนืองๆ อาทิ บริจาคเงินสมทบทุน โฮป โปรเจ็กต์ ของมูลนิธิเยาวชนจีน, กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูนิเซฟ และ กาชาดจีน โดยในปี 2011 เธอยังได้รับรางวัล ไชน่า แชริตี้ บิลบอร์ด อวอร์ด (China Charity Billboard Award) สำหรับการอุทิศตนเพื่อผู้อื่น

ประวัติโดยย่อ

ชื่อจีน เจ้า เหว่ย
ชื่ออื่น วิคกี้ เจ้า
วันเกิด 12 มีนาคม 1976 (อายุ 39 ปี)
สถานที่เกิด อู่หู, อานฮุย, สาธารณรัฐประชาชนจีน
อาชีพ นักแสดง, ผู้กำกับภาพยนตร์, นักร้อง
ปีที่อยู่ในวงการ 1994-ปัจจุบัน
คู่สมรส หวง หยู่หลง (แต่งงาน 2008)
ธิดา เอพริล (เกิด 11 เมษายน 2010)

ติดตามบทความดีดีได้ที่ http://hbxingu.com

ดาราอินเดีย

8 นางเอกสาวอินเดียที่ขึ้นชื่อว่าสวยและฮอตที่สุดใน บอลลีวูด

ดาราอินเดีย

ดาราอินเดีย พาไปรู้จักดาราอินเดีย 8 นางเอกอินเดียที่ร้อนแรงที่สุดใน Bollywood แต่ละคนทั้งสวย ทั้งคม สะกดใจตั้งแต่วินาทีแรกที่มอง

บอลลีวูด (Bollywood) หรือ วงการภาพยนตร์อินเดีย อุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ที่มีการผลิตหนังมากกว่า 800-1,000 เรื่องต่อปี และมีการซื้อตั๋วเข้าชมภาพยนตร์ประมาณ 10 ล้านคนต่อวัน ! นี่ยังไม่นับรวมชาวอินเดียที่อาศัยอยู่ต่างประเทศ กับชาวต่างชาติที่นิยมเสพหนังอินเดียด้วยนะ แต่เท่านี้ก็เพียงพอที่จะพูดว่าบอลลีวูดเติบโตและแข่งขันกันหนักมากขนาดไหน

ซึ่งไม่ใช่แค่การตลาดและเอกลักษณ์เฉพาะตัวของหนังอินเดียเท่านั้น ที่คนทั่วโลกให้ความสนใจ เหล่า ดาราหญิงอินเดีย กับสไตล์หน้าสวย คมเข้ม ก็นับเป็นอีกจุดเด่นที่น่าติดตามไม่แพ้กัน ใครเป็นแฟนหนังบอลลีวูดจะรู้เลยว่าพวกเธอสวยจริงไม่ติงนัง  และนี่คือ 8 ดาราหญิงที่ฮอตที่สุดในบอลลีวูด สวย คม สะกดใจตั้งแต่วินาทีแรกที่มอง

1. Priyanka Chopra

คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธในความสวยของเธอคนนี้อย่างแน่นอน การันตีด้วยตำแหน่ง Miss World ปี 2000 เธอเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากซีรีส์ แก๊งมือปราบพิฆาตทรชน (Quantico) และการเป็นนักร้อง เจ้าของเพลงดังอย่าง Exotic ที่ฟีเจอริ่งกับ Pitbull แรปเปอร์ชื่อดัง ทำให้เธอได้ยืนหนึ่งในหมู่ซุปตาร์บอลลีวูด

2. Sunny Leone

เดิมทีเธอเป็นท็อปสตาร์หนังผู้ใหญ่มาก่อน ถึงขั้นเป็นหนึ่งในคนดังที่เคยได้รับการค้นหามากที่สุดในโลกอินเทอร์เน็ต แต่สุดท้ายก็หันหลังให้วงการเดิม หลังถูกทาบทามให้มาร้องเพลง เต้น เล่นภาพยนตร์ในบอลลีวูด แม้จะมีดราม่าต่าง ๆ นานา แต่เธอก็ผ่านมาได้และมียอดฟอลโล IG สูงถึง 16.6 ล้านคนเลยทีเดียว

3. Jacqueline Fernandez

ซูเปอร์สตาร์บอลลีวูดชาวศรีลังกา วัย 33 ปี เจ้าของตำแหน่ง Miss Sri Lankan Universe 2006 และแจ้งเกิดในด้านการแสดงจากการรับบทเป็น จัสมิน ในภาพยนตร์ อะลาดิน (Aladin) เมื่อปี 2009 ซึ่งทำให้เธอคว้ารางวัลต่าง ๆ มากมาย และขึ้นแท่นเป็นดาราอินเดียที่มีค่าตัวสูงสุด

4. Shraddha Kapoor

ดาราสาวชาวอินเดีย วัย 31 ปี ที่เคยได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักแสดงหน้าใหม่ที่เก่งที่สุดของวงการบอลลีวูด ด้วยพรสวรรค์และทักษะการแสดง ทำให้เธอโด่งดังและคว้ารางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมได้ในเวลาแค่ไม่กี่ปีเท่านั้น

5. Anushka Sharma

นักแสดงหญิงชาวอินเดีย อายุ 30 ปี ผู้มากไปด้วยความสามารถ เปิดตัวในวงการบอลลีวูดจากหนังเรื่อง Rab Ne Bana Di Jodi ในปี 2012 จากนั้นก็มีผลงานให้ติดตามทุกปี และเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงนักแสดงยอดเยี่ยมถึง 7 ครั้งด้วยกัน ก่อนจะหันไปชิมลางด้านการออกแบบแฟชั่น และผู้ผลิตภาพยนตร์

6. Deepika Padukone

สวย คม สมเป็นดาราตัวท็อปของบอลลีวูดจริง ๆ เดิมทีเธอเป็นนักกีฬาแบดมินตันตามรอยพ่อแท้ ๆ ก่อนจะผันตัวมาเป็นนักแสดง เริ่มด้วยภาพยนตร์เรื่อง Om Shanti Om เมื่อปี 2007 ต่อมาได้กลายเป็นขวัญใจทุกคนจากหนังคอมเมดี้-ดราม่า Love Aaj Kal ในปี 2009 และการร่วมงานกับ วิน ดีเซล ใน Race 2 เมื่อปี 2013

7. Katrina Kaif

ซูเปอร์สตาร์หญิงยอดนิยมตลอดกาลที่ชาวอินเดียทุกคนต้องรู้จัก และถูกขนานนามว่าเป็นหนึ่งในนักแสดงหญิงที่สวยที่สุดในอินเดีย แจ้งเกิดเต็มตัวจากผลงานภาพยนตร์เรื่อง Namastey London ในปี 2007 และดังกระฉ่อนอีกครั้งใน Dhoom 3 เมื่อปี 2013 ถ้าใครได้ดูจะต้องจดจำความสวยของเธอได้แน่นอน

8. Nargis Fakhri

ดารา-นางแบบชาวอเมริกัน อายุ 39 ปี ที่แจ้งเกิดในวงการหนังอินเดียจากภาพยนตร์เรื่อง Rockstar เมื่อปี 2011 ซึ่งทำให้เธอมีชื่อเข้าชิงรางวัลหลายรายการ แต่คว้าติดมือมาได้แค่รางวัลเดียวเท่านั้น ก่อนจะดังเป็นพลุแตกจากหนังเรื่อง Main Tera Hero ในปี 2015 และกลายเป็นนักแสดงหญิงยอดนิยมมาจนถึงปัจจุบัน

ดาราอินเดีย 5 พระเอกอินเดีย หล่อจริง ล่ำจัง ใจละลาย

ดาราอินเดีย

ตามที่หลายคน คงจะได้รู้จักกันอยู่แล้ว และติดตามกันอยู่บ้าง แต่เรามาดู สุดยอด พระเอกอินเดีย (รุ่นใหม่) ของวงการ หนังอินเดีย หรือ Bollywood กัน แล้วจะรู้ว่า ไม่หล่อ ไม่ล่ำ ไม่แซ่บ อยู่ยากจริงๆ ว่ากันด้วยเรื่องของหนังอินเดีย กันซักนิด ซึ่งส่วนใหญ่ จะมีบทเดินเรื่องเป็นพระเอกเสียส่วนใหญ่ และแฟนคลับส่วนใหญ่ก็จะติดตามพระเอกเหล่านี้ ทำให้วงการหนังอินเดีย มีตัวเลือกมากมาย แต่คนที่จะ perfect เท่านั้นที่จะอยู่รอดซึ่งหมายถึง หล่อ ล่ำ ร้องเพลงดี และเต้นได้ดีด้วย

5. Varun Dhawan

อายุ 27 ปี หน้าใหม่ในวงการ เพราะเข้ามาแค่ 3 ปี (พร้อมๆกับ Sidharth Malhotra ในเรื่อง Student of the Year) หน้าหล่อเข้ม หุ่นล่ำทรมานใจสาว แต่เขาถูกวิจารณ์ว่าแพ้พระเอกอินเดียคนอื่นๆอยู่นิดหน่อย คือ เขาตัวเตี้ยกว่าคนอื่นๆ และเต้นไม่พริ้วเท่าไหร่ (เด้งซะขนาดนี้ เต้นไม่เก่งยังไงคะเนี่ย งงแพล็บ!) แนะนำให้ชมเรื่อง Main Tera Hero

4. Hrithik Roshan

อายุ 41 ปีแล้ว หน้าคมสัน นัยน์ตาน้ำตาลอมเขียว ทำให้เขาได้ชื่อทั้งเรื่อง รูปร่างล่ำเปรี๊ยะ และดวงตาสวยตราตรึง แม้ว่าจะตัวล่ำใหญ่แต่มีท่าเต้น เอวไร้กระดูกที่ชวนทึ่ง นั่นทำให้เขาได้เป็นกรรมการรายการทีวี Just Dance ด้วย แนะนำให้ชมหนังอินเดียเรื่อง Krrish (แนวซุปเปอร์ฮีโร่ๆ มันส์ๆฮาๆ) และ Dhoom 2 มีคนมั่วนิ่ม นำไปโพสว่า Hrithik Roshan คือ มกุฎราชกุมาร หรือ เจ้าชาย แห่ง รัฐมหาราษฏระ แห่งอินเดีย ขำมากถึงมากที่สุด เพราะพ่อของเขาเป็นโปรดิวเซอร์ในวงการบันเทิงน่ะ

3. Arjun Kapoor

อายุ 30 ปี เป็นพระเอกอินเดียที่ไต่เต้าในวงการมาหลายปี และอยู่ในตระกูล Kapoor นักโปรดิวเซอร์หนัง เข้าวงการมา 3 ปี และได้รางวัลพระเอกหน้าใหม่หลายรางวัลเลย แนะนำให้ชมเรื่อง 2 States

2. Karan Singh Grover

อายุ 32 ปี แต่งงานแล้วแต่เสน่ห์ไม่เสื่อมสลาย หน้าตาแนว bad boy และบ้าคลั่งการเพาะกายอย่างหนัก ทำให้ได้หุ่นที่มีกล้ามชัด ไร้ไขมัน อยู่ในวงการมา 10 ปีแล้ว เริ่มต้นจากการเป็นนายแบบ เขาคือพระเอกเรื่อง Alone (หนัง GTH แฝด เวอร์ชั่นอินเดีย)

1. Sidharth Malhotra

อายุ 30 ปี ใบหน้าใสซื่อ รูปร่างสูงโปร่ง และลีลาการเต้นเป็นที่น่าประทับใจสาวๆ ทำให้ เขาได้รับรางวัลมากมายในปีแรกที่เข้าวงการจากเรื่อง Student of the Year และยังได้ขึ้นหน้าปก Men’s Health (India) ถึงสองครั้ง แนะนำให้ดูหนังอินเดียเรื่องคือ EK Villian

ติดตามบทความดีดีได้ที่ http://hbxingu.com